Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 182

เล่ม มมร. 49 หน้า 182 ข้อ 100
อาหาร. บทว่า กึ วา เตธ กโรมหํ ความว่า เราจะทำอุปการะอะไร แก่ท่านสักอย่าง ในที่นี้ คือในเวลานี้. นางเปรตได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงกล่าวคาถาว่า จตฺตาโร ภิกฺขู สงฺฆโต ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จตฺตาโร ภิกฺขู สงฺฆโต จตฺตาโร ปน ปุคฺคเล ความว่า ท่านจงให้ภิกษุ ๘ รูป บริโภความ ความพอใจ อย่างนี้คือ จากภิกษุสงฆ์ คือ จากสงฆ์ ๔ รูป จาก บุคคล ๔ รูป ดังนี้แล้วอุทิศส่วนบุญนั้นแก่เรา คือ จงให้ปัตติทาน แก่เราเถิด. บทว่า ตทาหํ สุขิตา เหสฺสํ ความว่า ในเวลาที่ท่าน อุทิศส่วนบุญแก่เรา เราได้รับความสุข คือถึงความสุขแล้ว จัก เป็นผู้สำเร็จสิ่งที่น่าใคร่ทุกอย่าง. นางติสสา ครั้นได้ฟังดังนั้น จึงได้แจ้งความนั้น แก่สามี ของตน ในวันที่ ๒ จึงให้ภิกษุ ๘ รูป ฉันแล้ว อุทิศส่วนบุญแก่ นางเปรต, ทันใดนั้นเอง นางเปรตก็ได้รับทิพยสมบัติ จึงกลับไปหา นางติสสา. เพื่อจะแสดงความนั้น พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลาย จึงได้ตั้ง ๓ คาถามีอาทิว่า นางรับคำแล้ว. ฝ่ายนางติสสา ได้สอบถามนางเปรตผู้เข้าไปยืนอยู่แล้ว ด้วย ๓ คาถา มีอาทิว่า มีวรรณะงามยิ่งนัก. ฝ่ายนางเปรต จึงแจ้ง เรื่องของตนด้วยคาถาว่า เราชื่อมัตตา แล้วได้ให้อนุโมทนาแก่ นางติสสา ด้วยคาถาเป็นต้นว่า ขอท่านจงมีอายุยืนเถิด ดังนี้แล้ว ได้ให้โอวาท ด้วยคาถาว่า จงประพฤติธรรมในโลกนี้ ดังนี้เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตว ทินฺเนน ได้แก่ ทานที่ท่านให้แล้ว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka