Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 197

เล่ม มมร. 49 หน้า 197 ข้อ 103
แล้วหนอซึ่งลูกศร คือ ความโศกอันเสียบแทง แล้วที่หทัยของเรา เราเป็นผู้มีลูกศร คือ ความ โศกอันถอนขึ้นแล้ว เป็นผู้เย็น สงบแล้ว เราจะ ไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้อีก เพราะได้ฟังคำของเธอ ชนเหล่าใดผู้มีปัญญา ผู้อนุเคราะห์กันและกัน ชนเหล่านั้นย่อมทำอย่างนี้ ย่อมยังกันและกัน ให้หายโศก เหมือนเจ้าชายฆฏะยังพระเชษฐาให้ หายโศกฉะนั้น พวกอำมาตย์ผู้เป็นบริจาริกาของ พระราชาใด เป็นเช่นนี้ ย่อมแนะนำด้วยสุภาษิต เหมือนเจ้าชายฆฏะแนะนำพระเชษฐาของตน พระราชานั้นจะมีความโศกมาแต่ไหน. จบ กัณหเปตวัตถุที่ ๖ อรรถกถากัณหเปตวัตถุที่ ๖ พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรง ปรารภอุบาสกคนหนึ่งลูกตาย จึงตรัสพระคาถานี้ มีคำเริ่มต้น ว่า อุฏฺเหิ กณฺห กึ เสสิ ดังนี้. ได้ยินว่า ในกรุงสาวัตถี ยังมีบุตรของอุบาสกคนหนึ่ง ทำกาละแล้ว. อุบาสกนั้น เพียบพร้อมไปด้วยลูกศรคือ ความ เศร้าโศก เพราะการตายของลูกนั้น ไม่อาบน้ำ ไม่กินข้าว ไม่ จัดแจงการงาน ไม่ไปยังที่อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า บ่นเพ้ออย่างเดียว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka