Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 200

เล่ม มมร. 49 หน้า 200 ข้อ 103
กระต่ายแก่เราเถิด. ด้วยบทว่า เกสวะ ได้ยินว่า ฆฏบัณฑิตนั้น เขาเรียกว่า เกสวะ เพราะมีผมงาม เพราะเหตุนั้น เขาจึงเรียก พระองค์โดยพระนาม. พระศาสดา เมื่อจะทรงแสดงความที่พระเจ้าวาสุเทพ ได้ สดับคำของอำมาตย์นั้นแล้ว เสด็จลุกขึ้นจากที่บรรทม พระองค์ เป็นผู้ตรัสรู้ยิ่ง จึงตรัสคาถานี้ว่า :- พระเจ้าเกสวะ ได้สดับคำของโรหิไณย- อำมาตย์นั้นแล้ว ผู้ถูกความเศร้าโศกถึงพระภาดา ครอบงำ ก็รีบเสด็จลุกขึ้นทันที. พระราชา เสด็จลุกขึ้นแล้ว รีบลงจากปราสาท แล้วเสด็จไป หาฆฏบัณฑิต จับมือทั้ง ๒ ของฆฏบัณฑิตไว้มั่น เมื่อจะเจรจากับ ท่าน จึงกล่าวคาถา ๓ คาถาว่า :- เหตุไรหนอ เธอจึงทำตัวเหมือนคนบ้า เที่ยวไปทั่วนครทวารกะนี้ บ่นเพ้อว่า กระต่าย กระต่าย เธอปรารถนากระต่ายเช่นไร ฉันจะให้ นายช่างทำกระต่ายทองคำ กระต่ายแก้วมณี กระ ต่ายโลหะ กระต่ายเงิน กระต่ายสังข์ กระต่าย สิลา กระต่ายแก้วประพาฬ ให้แก่เธอ หรือกระ- ต่ายอื่นที่เที่ยวหากินอยู่ในป่าก็มีอยู่ ฉันจะให้เขา นำกระต่ายเหล่านั้นมาให้แก่เธอ เธอปรารถนา กระต่ายเช่นไรเล่า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka