บทว่า โส ได้แก่ เปรตนั้น. บทว่า ปูชิโต ได้แก่ ผู้อัน
พระราชาทรงบูชาด้วยทักษิณาที่ทรงทิศให้. บทว่า อติวิย
โสภมาโน. แปลว่า เป็นผู้งดงามยิ่งนักด้วยอานุภาพของเทวดา.
บทว่า ปาตุรโหสิ แปลว่า ปรากฏแล้ว คือ แสดงตนเฉพาะพระพักตร์
ของพระราชา. บทว่า ยกฺโขหมสฺมิ ความว่า ข้าพระองค์พ้นจาก
ความเป็นเปรตกลายเป็นเทวดา คือ ถึงความเป็นเทพ. บทว่า
น มยฺหมตฺถิ สมา สทิสา มานุสา ความว่า มนุษย์ทั้งหลายผู้เสมอ
ด้วยอานุภาพสมบัติ หรือเสมือนโภคสมบัติของข้าพเจ้าไม่มี.
บทว่า ปสฺสานุภาวํ อปริมิตํ มมยิทํ ความว่า จูฬเศรษฐีเปรต
กราบทูลแสดงสมบัติของตนแก่พระราชาโดยประจักษ์ว่า ขอ
พระองค์โปรดทอดพระเนตรดูอานุภาพแห่งเทวดาอันหาประมาณ
มิได้นี้ของข้าพระองค์เถิด. บทว่า ตยานุทิฏฺํ อตุลํ ทตฺวา สงฺเฆ
ความว่า ซึ่งพระองค์ถวายทานอันโอฬารหาสิ่งเปรียบปานมิได้
แด่พระอริยสงฆ์ แล้วทรงอุทิศด้วยความอนุเคราะห์ข้าพระองค์.
บทว่า สนฺตปฺปิโต สตตํ สทา พหูหิ ความว่า ข้าพระองค์เมื่อให้
พระอริยสงฆ์อิ่มหนำด้วยไทยธรรมเป็นอันมากมีข้าว น้ำ และผ้า
เป็นต้น ชื่อว่าให้อิ่มหนำติดต่อกัน คือ ไม่ขาดระยะ แม้ในที่นั้น
ทุกเมื่อ คือทุกเวลา ตลอดชีวิต. บทว่า ยามิ อหํ สุขิโต มนุสฺสเทว
ความว่า จูฬเศรษฐีเปรตทูลถามพระราชาว่า ข้าแต่มหาราช
เป็นเทพของมนุษย์ เพราะฉะนั้น บัดนี้ ข้าพระองค์มีความสุขแล้ว
ขอกลับไปยังที่ตามที่ปรารถนา.