Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 273

เล่ม มมร. 49 หน้า 273 ข้อ 106
เราไม่เห็นพวกยาจก, อธิบายว่า เพราะเหตุที่เรา ยังไม่เห็นพวก ยาจกเป็นอันมาก ผู้จะรับไทยธรรม อันสมควรแก่อัธยาศัยของเรา. มีวาจาประกอบความว่า บทว่า อปฺปเก สุ วณิพฺพเก ความว่า เราหลับเป็นทุกข์ ในเมื่อวณิพกชนมีน้อยคือ ๒-๓ คน. ก็ศัพท์ว่า สุ เป็นเพียงนิบาต, อธิบายว่า เมื่อวณิพกชนมีน้อย. สินธกะมาณพ ได้ฟังดังนั้นแล้ว มีความประสงค์จะกระทำ อังกุระพาณิชนั้นให้น้อมไปในทานอันยิ่ง ให้ปรากฏจึงกล่าวคาถา ว่า :- ถ้าท้าวสุกกะ เป็นใหญ่กว่าชาวดาวดึงส์ และเป็นใหญ่กว่าชาวโลกทั้งปวง พึงให้พรท่าน ท่านเมื่อจะเลือก พึงเลือกเอาพรเช่นไร. คำอันเป็นคาถานั้น มีอธิบายดังนี้ :- ท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่ กว่าเทพชั้นดาวดึงส์ และกว่าชาวโลกทั้งมวล หากจะพึงให้พรท่าน ว่าอังกุระ ท่านจงขอพรอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ท่านตั้งใจไว้ ท่าน เมื่อจะขอพร คือเมื่อปรารถนา พึงขอพรเช่นไร ลำดับนั้นอังกุระพาณิช เมื่อจะประกาศอัธยาศัยของตน ตามความเป็นจริง จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :- ถ้าท้าวสุกกะ ผู้เป็นใหญ่กว่าเทพชั้นดาว ดึงส์ พึงให้พรแก่เราไซร้ เราจะพึงขอพรว่า เมื่อ เราลุกขึ้นแต่เช้า ในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ขอ ภัตตาหารอันเป็นทิพย์ และพวกยาจกผู้มีศีล พึง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka