Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 334

เล่ม มมร. 49 หน้า 334 ข้อ 110
ศาสดา ถวายบังคมแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่ควรข้างหนึ่ง. ลำดับนั้น พระ- ศาสดาตรัสกะนางว่า อุบาสิกา เธอเศร้าโศกไปทำไม. เมื่อนาง ทูลว่า อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า หม่อมฉันเศร้าโศก เพราะพลัดพราก จากสามีสุดที่รัก ทรงมีพระประสงค์จะให้นางปราศจากความ เศร้าโศก จึงได้นำอดีตนิทานมาว่า :- ในอดีตกาล ในกปิลนครแคว้นปัญจาละ ได้มีพระราชา พระนามว่า พรหมทัต พระองค์ทรงละการลุแก่อคติ ทรงยินดี ในการทำประโยชน์แก่ประชาชนในแว่นแคว้นของพระองค์ ไม่ ทรงให้ราชธรรม ๑๐ ประการเสียหายครองราชสมบัติอยู่ บาง คราวประสงค์จะทรงสะดับว่า ในแว่นแคว้นของพระองค์ มีใคร พูดอะไรกันบ้าง จึงปลอมเป็นช่างหูก พระองค์เดียวไม่มีเพื่อน เสด็จออกจากนคร เที่ยวไปจากบ้านถึงบ้าน จากชนบทถึงชนบท ทรงเห็นแว่นแคว้นทั่วไปไม่มีเสี้ยนหนาม ไม่ เบียดเบียน (ทั้ง) พวกคนตื่นตัวอยู่ย่างไม่ต้องปิดประตูเรือน ทรงเกิดความโสมนัส จึงเสด็จกลับมุ่งมายังพระนคร จึงเสด็จเข้าไปยังเรือนของหญิงหม้าย ยากจนคนหนึ่งในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง. นางเห็นพระองค์จึงกล่าวถามว่า ดูก่อนเจ้า ท่านเป็นใครและมาจากไหน. พระราชาตรัสว่า นาง ผู้เจริญ ฉันเป็นช่างหูก เที่ยวรับจ้างทำการทอผ้า ถ้าท่านมีกิจใน การทอผ้า ท่านจงให้อาหารและค่าจ้าง ฉันจะทำงานให้แม้แก่ท่าน หญิงหม้ายกล่าวว่า ฉันไม่มีงานหรือค่าจ้าง ดูก่อนเจ้า ท่านจง ทำงานของคนอื่นเถิด. พระราชานั้น ประทับอยู่ที่นั้น ๒-๓ วัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka