Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 343

เล่ม มมร. 49 หน้า 343 ข้อ 110
ไม่ปรากฏ แก่ผู้เห็นด้วยญาณจักษุ คือ ด้วยความอุตสาหะใหญ่ สำหรับพระองค์ คืออย่างเดียวเท่านั้น ก็หามิได้ โดยที่แท้ที่สุดแห่ง อัตภาพ ของเหล่าสัตว์ผู้วนเวียนอยู่ในสงสารทั้งหมด ย่อมไม่ปรากฏ คือรู้ไม่ได้ทีเดียว. ด้วยเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า :- ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้ไม่มีที่สุด และเบื้องต้นอันใคร ๆ ไปตามอยู่รู้ไม่ได้ เบื้องต้น และที่สุดของเหล่าสัตว์ ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่อง ปิดกั้น ผูกพันด้วยตัณหา แล่นไป ท่องเที่ยวไป ย่อมไม่ปรากฏ. พระมเหสี ได้ฟังธรรมที่พระดาบสนั้น เมื่อจะประกาศ ความที่สงสารไม่มีที่สุด และความที่สัตว์มีกรรมเป็นของของตน แสดงไว้แล้วอย่างนี้ มีหทัยสลดในสงสาร และมีใจเลื่อมใสในธรรม ปราศจากลูกศรคือความเศร้าโศก เมื่อจะประกาศความเลื่อมใส และความปราศจากเศร้าโศกของตน จึงกล่าวคาถา ๓ คาถาว่า:- ท่านดับความกระวนกระวายทั้งปวงของ ดิฉัน ผู้เร่าร้อนอยู่ให้หายเหมือนบุคคลเอาน้ำ ดับไฟที่ลาดด้วยน้ำมันฉะนั้น ท่านบันเทาความ เศร้าโศก ถึงพระสวามีของดิฉัน ผู้ถูกความ เศร้าโศกครอบงำแล้ว ถอนได้แล้วหนอ ซึ่งลูกศร ความเศร้าโศก อันเสียดแทงที่หทัยของดิฉัน ข้าแต่ท่านผู้เป็นพระมหามุนี ดิฉันเป็นผู้มีลูกศร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka