Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 350

เล่ม มมร. 49 หน้า 350 ข้อ 111
รื่นรมย์นี้ ย่อมไม่มีแก่ชนทั้งหลายผูไม่ได้ทำบุญ ไว้ ย่อมมีแต่เฉพาะเหล่าชนผู้มีบุญอันทำไว้แล้ว เท่านั้น ความสุขในโลกนี้และในปรโลก ย่อมไม่ มีแก่เหล่าชนผู้ไม่ทำบุญ ความสุขในโลกนี้และ โลกหน้า ย่อมมีเฉพาะแก่เหล่าชนผู้ทำบุญไว้ ปรารถนาความเป็นสหายแห่งเทวดาเหล่าไตร- ทศเทพ พึงทำบุญกุศลไว้ให้มาก เพราะว่าบุคคล ผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมบันเทิงใจอยู่ในสวรรค์ เพียบพร้อมไปด้วยโภคสมบัติ. จบ อภิชชมานเปตวัตถุที่ ๑ จูฬวรรคที่ ๓ อรรถกถาอภิชชมานเปตวัตถุที่ ๑ เมื่อพระศาสดาเสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภเปรตพรานตนหนึ่ง จึงตรัสพระคาถานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อภิชฺชมาเน วาริมฺหิ ดังนี้. ได้ยินว่าในกรุงพาราณสี ได้มีพรานคนหนึ่งอยู่ในบ้าน ชื่อว่า จุนทัฏฐิละ เลยวาสภคาม ฝั่งแม่น้ำคงคาในด้านอีกทิศหนึ่ง เขาล่าเนื้อในป่าย่างเนื้อล่ำ ๆ กิน ที่เหลือเอาห่อใบไม้หามมาเรือน พวกเด็กเล็ก ๆ เห็นเขาที่ประตูบ้านจึงวิ่งเหยียดมือร้องขอว่า จง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka