Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 387

เล่ม มมร. 49 หน้า 387 ข้อ 113
นางกรรณมุณฑเปรตนั่นแหละ. ก็ในเรื่องนี้ ยังมีมาณพคนหนึ่ง ชาวกรุงพาราณสี เห็นผลมะม่วงผลหนึ่ง ในบรรดามะม่วงสุก เหล่านั้น ในแม่น้ำคงคา จึงไปสู่ที่อยู่ของนางโดยทำนองนั้น นาง เห็นดังนั้น จึงนำเขาไปยังที่อยู่ของตน การทำปฏิสันถารแล้วนั่ง. เขาเห็นความสมบูรณ์ของสถานที่อยู่ของนางเมื่อจะถามจึงกล่าว คาถาเหล่านี้ว่า ดูก่อนนางเทวีผู้มีอานุภาพมา ท่านขึ้นสู่ วิมานมีเสาเป็นวิการแห่งแก้วไพฑูรย์ งามผุดผ่อง มีรูปภาพอันวิจิตรต่าง ๆ อยู่ในวิมานนั้น ดุจ พระจันทร์เพ็ญลอยเด่นอยู่ในท้องฟ้า ฉะนั้น. อนึ่ง รัศมีของท่านมีสีดังทองคำ ท่านมีรูปอัน อุดม น่าดูน่าชมยิ่งนัก นั่งอยู่แต่ผู้เดียวบนบัลลังก์ อันประเสริฐ มีค่ามาก สามีของท่านไม่มีหรือ ก็สระโบกขรณีของท่านเหล่านี้ มีอยู่โดยรอบ มีบัวต่าง ๆ เป็นอันมาก มีบัวขาวมาก เกลื่อน กล่นด้วยทรายทองโดยรอบ, ในสระโบกขรณีนั้น หาเปือกตมและจอกแหนมิได้ มีหงส์น่าดูน่าชม น่ารื่นรมย์ใจ เที่ยวแวะเวียนไปในน้ำทุกเมื่อ หงส์ทั้งปวงนั้นมีเสียงไพเราะ พากันนาประชุม ร่ำร้องอยู่ เสียงร่ำร้องของหงส์ในสระโบกขรณี ของท่านมิได้ขาดเสียง ดุจเสียงกลอง ท่านมียศ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka