Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 394

เล่ม มมร. 49 หน้า 394 ข้อ 114
ขอคูถจงเป็นอาหารของเรา ภัตแห่งข้าวสาลีอัน มีกลิ่นหอม ย่อมกลับกลายเป็นคูถเพราะวิบาก แต่งกรรม คือ มุสาวาทของดิฉัน ก็กรรมทั้งหลาย ไม่ไร้ผล กรรมนั้นย่อมไม่สาบสูญ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงกินและดื่มแต่มูตร อันมีกลิ่นเหม็น มีหนอน. จบภุสเปตวัตถุที่ ๔ อรรถกถาภุสเปตวัตถุที่ ๔ เมื่อพระศาสดา ประทับอยู่ในกรุงสาวัตถุ ทรงปรารภ เปรต ๔ ตน จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ภุสานิ เอโก สาลี ปุนาปโร ดังนี้. ได้ยินว่า ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลแต่กรุงสาวัตถี มีพ่อค้าโกงคนหนึ่ง เลี้ยงชีพด้วยอเนสนากรรมมีการโกงด้วยตราชั่ง เป็นต้น. เขาถือเอาฟ่อนข้าวสาลี เคล้าด้วยดินแดง ทำให้หนักกว่า เดิม ปนกับข้าวสาลีแดงแล้วขาย. บุตรของเขาโกรธว่า คุณพ่อ ไม่ยอมให้เกียรติยกย่องมิตรสหายของเรา ผู้มาสู่เรือนเสียเลย ได้ถือเอาเชือกหนัก ๒ เส้น ตีศีรษะมารดา. หญิงสะใภ้ของเขา ลักกินเนื้อที่เก็บไว้สำหรับชนทั้งปวงแล้ว เมื่อถูกชนเหล่านั้น ซักไซร้จึงให้คำสบถว่า ถ้าเรากินเนื้อนั้นจริง ก็ขอให้เราพึง เฉือนเนื้อสันหลังของตนแล้วกินทุก ๆ ภพไปเถิด. ฝ่ายภริยาของเขา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka