Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 542

เล่ม มมร. 49 หน้า 542 ข้อ 125
พูดวิงวอนว่า ขอท่านจงให้อ้อยเถิด ท่านได้ให้ อ้อยแก่บุรุษนั้นโดยข้างหลัง นี้เป็นผลแห่งกรรม นั้น. เชิญท่านพึงไปถือเอาอ้อยข้างหลังซิ ครั้นถือ เอาได้แล้ว จงกินให้อิ่มหนำเถิด เพราะเหตุนั้น แหละ ท่านจักเป็นผู้เบิกบาน ร่าเริง บันเทิงใจ. เปรตนั้นได้ไปถือเอาโดยข้างหลัง ครั้นแล้วจึง ได้กินอ้อยนั้นจนอิ่มหนำ เพราะเหตุนั้นแล เปรต นั้นจึงได้เป็นผู้เบิกบาน ร่าเริงบันเทิงใจ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กิสฺส อธิบายว่า แห่งกรรมเช่นไร. บทว่า หญฺามิ ได้แก่ ข้าพเจ้าย่อมเดือดร้อน คือ ถึงความคับแค้น. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า หญฺามิ แปลว่า ย่อมเบียดเบียน อธิบายว่า ย่อมบีบคั้นโดยพิเศษ. บทว่า ขชฺชามิ แปลว่า ถูกใบอ้อยบาด อธิบายว่า ถูกใบอ้อยเฉือน เหมือนถูกศัสตราที่คมเช่นใบดาบเฉือน. บทว่า วายมามิ ได้แก่ เราทำความพยายามจะกินอ้อย. บทว่า ปริสกฺกามิ แปลว่า ตะเกียกตะกาย. บทว่า ปริภุญฺชิตุํ ความว่า เพื่อจะบริโภคน้ำอ้อย อธิบายว่า เพื่อจะเคี้ยวอ้อย. บทว่า ฉินฺนถาโม แปลว่า สิ้นกำลัง คือกำลังขาดไป อธิบายว่า กำลังสิ้นไป. บทว่า กปโณ ได้แก่ เป็นคนกำพร้า. บทว่า ลาลปามิ ความว่า เราถูก ทุกข์ครอบงำจึงบ่นเพ้อไปมากมาย. บทว่า วิฆาโต แปลว่า มีความคับแค้น หรือถูกขจัดกำลัง. บทว่า ปริปตามิ ฉมายํ ความว่า เมื่อไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ จึงล้มลง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka