เป็นต้น ก็กำหนดเหตุแม้นั้นไว้ เข้าไปสู่วิหารกระทำภัตกิจแล้ว เก็บบาตร
และจีวร นั่งในที่สำหรับพักกลางวัน ถือเอานิมิตที่ตนเห็นแล้ว โดยเป็นอุปมา
น้อมเข้าไปในการฝึกจิตของตน แล้วคิดว่า มนุษย์นำเอาน้ำที่ไม่มีจิตใจ ไปสู่
ที่ตนปรารถนาแล้ว ๆ ถึงช่างศรก็เหมือนกัน ดัดลูกศรที่ปราศจากจิตใจ แม้คด
ให้ตรงได้ด้วยอุบาย ช่างถากก็เหมือนกัน ย่อมกระทำไม้ที่คด มีท่อนไม้เป็นต้น
ที่หาเจตนามิได้ ให้ตรง โดยทำเป็นกงเป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุไร เรา
จึงไม่ทำจิตของเราให้ตรงเล่า ดังนี้แล้ว เริ่มตั้งวิปัสสนา เพียรพยายามอยู่
บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ ที่ท่านกล่าวไว้ใน
อปทานว่า
ครั้งนั้น เราเป็นคนเฝ้าสวนอยู่ ในพระนคร
พันธุมดี ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี
เสด็จเหาะไปในอากาศ เราได้หยิบเอาขนุนสำมะลอ
ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระพุทธเจ้าผู้มี
พระยศยิ่งใหญ่ ทำให้เราเกิดความปลาบปลื้มใจ นำ
ความสุขมาให้ในปัจจุบัน ประทับอยู่ในอากาศนั่นเอง
ได้ทรงรับประเคน เราถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้า
ด้วยใจอันเลื่อมใสแล้ว ได้ประสบปีติอันไพบูลย์ เป็น
สุขยอดเยี่ยมในครั้งนั้น รัตนะเกิดขึ้นแก่เราผู้เกิดในที่
นั้น ๆ ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใด
ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งการถวายผลไม้ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ
คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.