Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 158

เล่ม มมร. 50 หน้า 158 ข้อ 158
ได้เสด็จเข้าสู่ป่ารัง เราออกจากอาศรมในป่า เที่ยว แสวงหามูลผลาผลป่า ในเวลานั้น ณ ที่นั้น เราได้เห็น พระสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปิยทัสสี ผู้มีพระยศใหญ่ ประทับนั่ง เข้าสมาบัติ รุ่งโรจน์อยู่ในป่าใหญ่ เรา ปักเสา ๔ เสาทำปะรำอย่างเรียบร้อย แล้วเอาดอกรัง มุงเหนือพระพุทธเจ้า เราทรงปะรำซึ่งมุงด้วยดอกรังไว้ ๗ วัน ยังจิตให้เลื่อมใสในกรรมนั้น ได้ถวายบังคม พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด สมัยนั้น พระผู้มีพระภาค- เจ้าผู้อุดมบุรุษ เสด็จออกจากสมาธิประทับนั่ง ทอด- พระเนตรดูเพียงชั่วแอก สาวกของพระศาสดา พระ นามว่า ปิยทัสสี ชื่อว่า วรุณ กับพระอรหันตขีณาสพ แสนองค์ ได้เข้ามาเฝ้าพระบรมศาสดา ผู้เป็นนายก วิเศษสุด ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้พิชิตมาร พระ- นามว่า ปิยทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่า นรชน ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ทรง กระทำการแย้มพระสรวลให้ปรากฏ พระอนุรุทธเถระ ผู้อุปัฏฐาก ของพระศาสดาพระนามว่า ปิยทัสสี ห่ม จีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระมหามุนีว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า อะไรเล่าหนอ เป็นเหตุให้ พระศาสดาทรงแย้มพระสรวลให้ปรากฏ เพราะเมื่อมี เหตุ พระศาสดาจึงจะทรงแย้มพระสรวลให้ปรากฏ พระศาสดาตรัสว่า มาณพใดทรงปะรำที่มุงด้วยดอกไม้ ไว้ตลอด ๗ วัน เรานึกถึงกรรมของมาณพนั้น จึงได้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka