Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 180

เล่ม มมร. 50 หน้า 180 ข้อ 164
ตลอดพุทธันดรหนึ่ง แล้วเกิดในตระกูลแห่งศากยราช ในกรุงกบิลพัสดุ์ ใน กาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย. โดยความเป็นสุขุมาลชาติของท่าน จึงมีขนเกิดที่ฝ่าเท้า ดุจพระโสณะ ด้วยเหตุนั้น เขาจึงขนานนามท่านว่า โลมสกังคิยะ. อีกรูปหนึ่ง เกิดในเทวโลก ปรากฏนามว่า จันทนะ เมื่อศากยกุมาร ทั้งหลาย มีเจ้าอนุรุทธะเป็นต้น บวชอยู่ ส่วนโลมสกังคิยะไม่ปรารถนาจะบวช. ลำดับนั้น เทพบุตรชื่อว่า จันทนะ เข้าไปหาเขาแล้วถามถึง ภัทเทก- รัตตปฏิปทา เพื่อจะให้เขาสลดใจ. เขาตอบว่า ไม่รู้. เทพบุตรจึงท้วงขึ้นอีกว่า ถ้าอย่างนั้น เหตุไฉน ท่านจึงทำความผัดเพี้ยนไว้ว่า เราพึงกล่าวภัทเทกรัตต ปฏิปทา (ในอนาคต ) แต่บัดนี้ แม้แต่ชื่อก็จำไม่ได้. โลมสกังคิยมาณพ จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมกับจันทน- เทพบุตรนั้น แล้วทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ยินว่า ข้าพระองค์ กระทำความผัดเพี้ยนไว้ในภพก่อนว่า เราจักกล่าวภัทเทกรัตตปฏิปทา แก่ เทพบุตรนี้ หรือพระเจ้าข้า ? พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ใช่แล้วกุลบุตร ท่านทำความผัดเพี้ยนไว้อย่างนี้ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระ- นามว่า กัสสปะ. ความเรื่องนี้นั้น บัณฑิตพึงทราบโดยพิสดาร โดยนัยอันมาแล้ว ใน อุปริปัณณาสก์. ลำดับนั้น โลมสกังคิยมาณพ ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าเช่นนั้น ขอพระองค์จงทรงยังข้าพระองค์ให้บวชเถิด ดังนี้. แม้พระผู้มี พระภาคเจ้า ก็ตรัสห้ามว่า พระตถาคตทั้งหลาย จะไม่ยังบุตรที่มารดาบิดา ยังไม่อนุญาตให้บรรพชา. เขาไปยังสำนักของมารดาแล้ว กล่าวว่า ข้าแต่แม่ ขอแม่จงอนุญาตให้ฉันบวชเถิด เมื่อมารดาพูดว่า ลูกเอ๋ย เจ้าเป็นสุขุมาลชาติ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka