Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 182

เล่ม มมร. 50 หน้า 182 ข้อ 164
กายวิเวก จิตตวิเวก และอุปธิวิเวก. ก็เมื่อโลมสกังคิยมาณพ ผู้เป็นบุตรกล่าว อย่างนี้แล้ว มารดาจึงยอมอนุญาตว่า ถ้าเช่นนั้น เจ้าจงบวชเถิด พ่อคุณ ดังนี้. เขาเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ทูลขอบรรพชาแล้ว พระศาสดาให้ เขาบวชแล้ว. ภิกษุทั้งหลายกล่าวกะท่านพระโลมสกังคิยะผู้บวชแล้ว กระทำ บุรพกิจเสร็จแล้ว เรียนกรรมฐานแล้ว จะเข้าไปสู่ป่าว่า ดูก่อนอาวุโส ท่าน เป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ จะสามารถเข้าไปอยู่ในป่าได้อย่างไร ? ท่านกล่าวคาถานั้นแหละ แม้แก่ภิกษุเหล่านั้น เข้าไปสู่ป่า หมั่น ประกอบภาวนา ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาลไม่นานนัก. สมด้วยคาถาประพันธ์ ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เราได้เอาดอก ( กากะทิง ) บูชาพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณเปล่งปลั่งดังทองคำ ผู้สมควรรับ เครื่องบูชา กำลังเสด็จดำเนินไปในถนน ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ ด้วยการที่เราได้เอาดอกไม้บูชา พระ- สัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งพุทธบูชา. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอน ของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล ก็ได้กล่าวคาถานั้นแหละ ฉะนี้แล. จบอรรถกถาโลมสกังคิยเถรคาถา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka