เชิญของเราแล้ว เสด็จขึ้น (หลัง) เราร่าเริง มีจิตยินดี
ได้ข้ามส่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นนายกของโลกที่
ฝั่งแม่น้ำโน้น พระผู้มีพระภาคเจ้า สิทธัตถะ นายก
ของโลก ทรงยังเราให้พอใจ ณ ที่นั้นว่า ท่านจะได้
บรรลุอมตธรรม เราเคลื่อนจากกายนั้นแล้ว ได้ไปสู่
เทวโลก แวดล้อมไปด้วย นางอัปสร เสวยสุขอันเป็น
ทิพย์อยู่ เราได้เป็นจอมเทวดา เสวยเทวรัชสมบัติอยู่
๗ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้เป็นใหญ่ในแผ่น
ดิน ๓ ครั้ง เราขวนขวายในวิเวก มีปัญญาและสำรวม
ดีแล้ว ทรงกายอันเป็นที่สุดอยู่ ในศาสนาของพระ-
สัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้
ส่งพระนราสภให้ข้ามไป ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการส่งพระนราสภให้ข้ามไป
คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว กิเลสทั้งหลายเรา
เผาหมดแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เราทำ
สำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล
โดยมุขคือการประกาศอาการที่บริบูรณ์ ด้วยสัมมาปฏิบัติของตน จึงได้ภาษิต
คาถาว่า
เมื่ออาพาธบังเกิดแก่เรา สติก็เกิดขึ้นแก่เราว่า
อาพาธเกิดขึ้นแก่เราแล้ว เวลานี้เป็นเวลาที่เราไม่ควร
ประมาท ดังนี้.