Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 196

เล่ม มมร. 50 หน้า 196 ข้อ 168
แสดงอมตบท เราได้สดับธรรมอันไพเราะของพระ- พุทธเจ้า ผู้เผ่าพันธุ์ของโลก พระนามว่า สิขี เรายัง จิตให้เลื่อมใสในพระสุรเสียง เรายังจิตให้เลื่อมใสใน พระองค์ ท่านผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอเหมือนแล้ว ข้ามพ้นภพที่ข้ามได้ยาก ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยการได้สัญญานั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในเสียง. เราเผา กิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรา กระทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ก็พระเถระนั้น ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ถวายบังคมพระผู้มีพระ- ภาคเจ้า ได้ไปสู่พระนครสาวัตถีแล้ว. ญาติทั้งหลายพึงข่าวว่าท่านมาแล้ว พากันเข้าไปหา บำเพ็ญมหาทานแล้ว. ท่านพักอยู่ชั่ววันเล็กน้อย ประสงค์จะ กลับไปสู่ป่านั่นอีก. ญาติทั้งหลายได้พูดกะท่านว่า ท่านเจ้าข้า ขึ้นชื่อว่าป่า มีอันตรายมาก ด้วยสามารถแห่งยุงและเหลือบเป็นต้น ขอท่านจงอยู่ในที่นี้ แหละ. พระเถระฟังดังนั้นแล้ว กล่าวว่า ป่าอย่างเดียวเท่านั้น เป็นที่ชอบใจ ของเรา เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล ด้วยมุขคือการประกาศความยินดีใน วิเวก ได้ภาษิตคาถาว่า บุคคลถูกยุงและเหลือบกัดแล้ว ในป่าใหญ่ พึงเป็นผู้มีสติ อดทนต่อสัมผัสแห่งยุงและเหลือบใน ป่าใหญ่นั้น เหมือนช้างอดทนต่อการถูกอาวุธใน สงคราม ฉะนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka