Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 236

เล่ม มมร. 50 หน้า 236 ข้อ 178
พระเจ้าจักรพรรดิ ทรงพระนามว่า ภิมรถะ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลส ทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระ- ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็ครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะเปล่งอุทาน อันเนื่องด้วยตน โดยอ้างถึงพระอรหัตผล ได้ภาษิตคาถาว่า สายฟ้าแลบ ส่องแสงลอดเข้าไปตามช่องแห่ง ภูเขาเวภาระและภูเขาปัณฑวะ ฉันใด ภิกษุผู้เป็นบุตร แห่งพระพุทธเจ้าผู้คงที่ ไม่มีผู้เปรียบปราน อยู่ใน ช่องแห่งภูเขาเจริญฌานอยู่ ฉันนั้น ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิวรํ ได้แก่ ช่องที่มีในระหว่าง คือ ตรงกลาง. บทว่า อนุปตนฺติ ความว่า ตกไป คือเป็นไปในลักษณะคล้อยตาม. อธิบายว่า สว่างจ้า. ก็ที่ชื่อว่าความเป็นไปของสายฟ้า ก็คือฟ้าแลบนั่นเอง. เพราะประกอบอนุศัพท์เข้าไป ในบทว่า วิวรํ นี้ จึงใช้เป็นทุติยาวิภัตติ เหมือน ในประโยคว่า รุกฺขมนุวิชฺโชตนฺติ (สายฟ้าแลบไปตามช่องต้นไม้). บทว่า วิชฺชุลตา แปลว่า สายฟ้า. บทว่า เวภารสฺส จ ปณฺฑวสฺส จ ประกอบความว่า ส่องแสงลอดเข้าไปตามช่องแห่งภูเขาเวภาระ และปัณฑวะ. บทว่า นควิวรคโต ความว่า เข้าไปสู่ช่องแห่งภูเขา คือถ้ำของภูเขา. บทว่า ฌายติ ความว่า เพ่งด้วยอารัมมณูปนิชฌาน และลักขณูปนิชฌาน คือเมื่อขวนขวายสมถะและวิปัสสนา ชื่อว่า ย่อมยังฌานให้เจริญ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka