Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 245

เล่ม มมร. 50 หน้า 245 ข้อ 180
จีวรผืนเดียว เฉวียงพระอังสา ประทับยืนเหลียวดูทิศ น้อยทิศใหญ่อยู่ ณ ที่นั้นในกาลนั้น เราเข้าไปในที่อยู่ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นนายกของโลก เรามี จิตร่าเริงโสมนัสได้ปรบมือ เราประกอบการฟ้อน การขับร้อง และดนตรีมีองค์ ๕ ถวายพระองค์ผู้โชติ- ช่วงดังดวงอาทิตย์ ส่งแสงเรืองเหลืองดังทองคำ เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ใน กำเนิดใด ๆ ย่อมครอบงำสัตว์ทั้งปวง ยศอันไพบูลย์ มีแก่เรา ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้อุดมบุรุษ พระองค์ผู้เป็นมุนี ทรงยังพระองค์ให้ยินดีแล้วทรงยังผู้อื่นให้ยินดีอีกด้วย เรากำหนดใจ นั่งลงทำความร่าเริง มีวัตรอันดี บำรุง พระสัมพุทธเจ้าแล้ว เข้าถึงชั้นดุสิต ในกัปที่ ๑,๖๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิหลายพระองค์ มีพระนามเหมือนกันว่า ทวินวเอกจินติตะ ทรงสมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลาย แล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จ แล้ว ดังนี้. ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะเปล่งอุทาน ด้วยสามารถ แห่งการประกาศสมบัติ และการพ้นทุกข์ของตน จึงกล่าวคาถาว่า เราพ้นดีแล้ว เราเป็นผู้พ้นดีแล้ว จากความค่อม ทั้ง ๓ คือเราพ้นแล้วจากการเกี่ยวข้าว จากการไถนา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka