ประการ มีพลมาก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ
คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
พระวัลลิยเถระ กล่าวคาถานี้ว่า
ในกาลนั้น เราเป็นช้างดอกไม้ อาศัยอยู่ในนคร
ติวรา ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี ทรงพระนาม
ว่า สิทธัตถะ อันชาวโลกบูชา มีใจเลื่อมใสโสมนัส
ได้ถวายดอกอุบลกำมือหนึ่ง เราอุบัติในภพใด ๆ
เพราะผลของกรรมนั้น เราได้เสวยผลอันน่าปรารถนา
ที่ตนทำไว้ดีแล้วในปางก่อน แวดล้อมด้วยพวกมัลละ
ชั้นดี นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้ ในกัปที่ ๙๔
แต่ภัทรกัปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชา
ด้วยดอกไม้ ในกัปใกล้เคียงที่ ๙๔ เว้นกัปปัจจุบัน
ได้เป็นพระราชา ๕๐๐ พระองค์ มีนามเหมือนกันว่า
นัชชสมะ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
พระอุตติยเถระ กล่าวคาถานี้ว่า
เราได้ถวายดอกมะลิแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรง
พระนามว่า " สิทธัตถะ " ดอกมะลิ ๗ ดอกเราโปรย
ลงแทบพระบาท ด้วยความยินดี ด้วยกรรมนั้น วันนี้
เราได้เสวยอมตธรรม เราทรงกายที่สุด อยู่ในศาสนา
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้
เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้น