อยู่ที่ป่าช้า ในป่าอัญชนวัน ในเมืองสาเกตนั้น เมื่อจวนถึงเวลาใกล้เข้าพรรษา
ได้ตั่งเก่า ๆ ที่มนุษย์ทั้งหลายทิ้งแล้ว วางตั่งนั้นไว้บนแผ่นหินทั้ง ๔ ปกปิด
ด้านบน และด้านกว้างด้วยหญ้าเป็นต้น แล้วประกอบประตูอยู่จำพรรษา.
ท่านเพียรพยายามอยู่ ก็ได้บรรลุพระอรหัต ในเดือนแรกเท่านั้น. สมดัง
คาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
ในกาลนั้นเราเป็นนายมาลาการมีชื่อว่าสุทัสสนะ
ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี เชษฐบุรุษของโลก
ประเสริฐกว่านระ เรามีจักษุบริสุทธิ์ มีใจโสมนัส
ถือดอกมะลิไปบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า
ปทุมุตตระ ผู้ตรัสรู้แล้วมีจักษุทิพย์ ด้วยบุปผบูชานี้
และด้วยการตั้งจิตไว้ เราไม่เข้าถึงทุคติเลย ตลอดแสน
กัป ในกัปที่ ๓๖ แต่ภัทรกัปมิได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
๑๖ พระองค์ มีพระนามเหมือนกันว่า เทวุตตระ มี
พลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว คำสอนของ
พระพุทธเจ้าเรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็ครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว เสวยวิมุตติสุข ออกจากสมาบัติแล้ว
พิจารณาสัมบัติตามที่ได้ เมื่อจะเปล่งอุทานด้วยกำลังปีติ จึงได้กล่าวคาถาว่า
เราเข้าไปสู่ป่าอัญชนวัน ทำตั่งให้เป็นกุฎีแล้ว
ได้บรรลุวิชชา ๓ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำ
สำเร็จแล้ว ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาสนฺทิกุฏิกํ กตฺวา ความว่า ตั่ง ๔
เหลี่ยม ขายาว ชื่อว่า อาสันทิ แม้ตั่ง ๔ เหลี่ยมกว้างก็มีเหมือนกัน. พระ
เถระกระทำตั่ง ที่สามารถเพื่อจะนั่งได้อย่างเดียว นอนไม่ได้ ให้เป็นกุฎี
เพื่ออยู่อาศัย โดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง คือกระทำให้เป็นกุฎี โดยประการ