อันเกิดด้วยบุญ ของคนเฝ้านา จึงนั่งบนอาสนะที่ลาดด้วยหญ้า. พอท่านนั่งลง
ก็ได้ฤดูเป็นที่สบาย ขวนขวายวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว. สมดังคำที่
ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระฉวีวรรณ
ดังทอง ผู้รุ่งเรืองดังกองไฟ เหมือนพระอาทิตย์ เป็น
ที่รับรองเครื่องบูชาเสด็จไปในอากาศ จึงเอามือทั้งสอง
กอบน้ำแล้วโยนขึ้นไปในอากาศ พระพุทธเจ้าผู้มหา-
วีระ มีพระกรุณาในเรา ทรงรับไว้ พระศาสดาทรง
พระนามว่า ปทุมุตตระ ประทับยืนอยู่ในอากาศ ทรง
ทราบความดำริของเรา จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
ด้วยการถวายน้ำนี้และด้วยเกิดปีติ เขาจะไม่ถึงทุคติเลย
ตลอดแสนกัป. ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาเชษฐ-
บุรุษของโลก ผู้นราสภ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์
ละความชนะและความแพ้แล้ว บรรลุฐานะอันไม่หวั่น
ไหว ในกัปที่ ๖,๕๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิ ๓ พระองค์ มีพระนามว่า สหัสสราช เป็น
จอมคน ปกครองแผ่นดิน มีสมุทรสาครเป็นที่สุด.
กิเลสทั้งหลายเราเผาแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธ-
เจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็เมื่อพระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว นั่งอยู่ในกระท่อมนั้น คนเฝ้า
นากลับมา ถามว่า ใครอยู่ในกระท่อม. พระเถระได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคำมี
อาทิว่า ภิกษุอยู่ในกระท่อม. คำของคนเฝ้านา และของพระเถระนี้นั้น ท่าน
รวบรวมไว้เป็นหมวดเดียวกันแล้ว ยกขึ้นสู่สังคีติ โดยรูปอย่างนั้น ว่า