Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 287

เล่ม มมร. 50 หน้า 287 ข้อ 193
อันเกิดด้วยบุญ ของคนเฝ้านา จึงนั่งบนอาสนะที่ลาดด้วยหญ้า. พอท่านนั่งลง ก็ได้ฤดูเป็นที่สบาย ขวนขวายวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว. สมดังคำที่ ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระฉวีวรรณ ดังทอง ผู้รุ่งเรืองดังกองไฟ เหมือนพระอาทิตย์ เป็น ที่รับรองเครื่องบูชาเสด็จไปในอากาศ จึงเอามือทั้งสอง กอบน้ำแล้วโยนขึ้นไปในอากาศ พระพุทธเจ้าผู้มหา- วีระ มีพระกรุณาในเรา ทรงรับไว้ พระศาสดาทรง พระนามว่า ปทุมุตตระ ประทับยืนอยู่ในอากาศ ทรง ทราบความดำริของเรา จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ด้วยการถวายน้ำนี้และด้วยเกิดปีติ เขาจะไม่ถึงทุคติเลย ตลอดแสนกัป. ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาเชษฐ- บุรุษของโลก ผู้นราสภ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ ละความชนะและความแพ้แล้ว บรรลุฐานะอันไม่หวั่น ไหว ในกัปที่ ๖,๕๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๓ พระองค์ มีพระนามว่า สหัสสราช เป็น จอมคน ปกครองแผ่นดิน มีสมุทรสาครเป็นที่สุด. กิเลสทั้งหลายเราเผาแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธ- เจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็เมื่อพระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว นั่งอยู่ในกระท่อมนั้น คนเฝ้า นากลับมา ถามว่า ใครอยู่ในกระท่อม. พระเถระได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคำมี อาทิว่า ภิกษุอยู่ในกระท่อม. คำของคนเฝ้านา และของพระเถระนี้นั้น ท่าน รวบรวมไว้เป็นหมวดเดียวกันแล้ว ยกขึ้นสู่สังคีติ โดยรูปอย่างนั้น ว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka