Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 295

เล่ม มมร. 50 หน้า 295 ข้อ 195
เราเข้าป่าชัฏ สงัดเสียง ไม่อาดูร ได้ถวายอาสนะ อันสมควรแก่พระพุทธเจ้า ผู้สีหะแด่พระผู้มีพระภาค- เจ้า ทรงพระนามว่า อัตถทัสสี ผู้คงที่ เราถือดอกไม้ กำหนึ่ง แล้วทำประทักษิณพระองค์ เข้าเฝ้าพระศาสดา แล้ว กลับมุ่งหน้าไปทางทิศอุดร ข้าแต่พระองค์ผู้เป็น จอมประชา เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่านระ ด้วย กรรมนั้น ข้าพระองค์ยังตนให้ดับ (กิเลส) ถอนภพได้ ทั้งหมดแล้ว ในกัปที่ ๑,๘๐๐ ข้าพระองค์ได้ถวายทาน ใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นข้าพระองค์ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายสีหาสนะ ในกัปที่ ๗๐๐ แต่ ภัทรกัปนี้ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จอม- กษัตริย์พระนามว่า สันนิพาปกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็เมื่อพระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ยังคงอยู่ที่กระท่อมนั้น มนุษย์ทั้งหลายผู้อยากจะดูวิหาร เพราะกระท่อมเป็นสถานที่ ๆ น่ารื่นรมย์ มาจากที่นั้น ๆ ดูชมกระท่อม. ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง พวกผู้หญิงที่มีนิสัยนักเลงจำนวนเล็กน้อย ไปที่ กระท่อมนั้น เห็นความที่กระท่อมเป็นสถานน่ารื่นรมย์ จึงกล่าวว่า ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ สถานที่อยู่ของพระคุณเจ้าน่ารื่นรมย์ แม้พวกดิฉันทั้งหลาย ก็มี รูปร่างน่าเล้าโลม ตั้งอยู่ในวัยสาวรุ่นกำดัด ดังนี้ โดยมีประสงค์ว่า พระเถระ ผู้อยู่ในกระท่อมรูปนี้ พึงเป็นผู้มีใจอันพวกเราทั้งหลายเหนี่ยวรั้งมาได้ แล้วเริ่ม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka