นั้น เราประนมอัญชลีสอบถามคณะอุบาสก. อุบาสก
ผู้มีศีลเหล่านั้น อันเราถามแล้ว ตอบให้ทราบว่า เรา
ต้องการจะสร้างศาลา ยังหาเสาไม่ได้อีกต้นหนึ่ง ขอ
ท่านจงให้เสากะเราต้นหนึ่งเถิด เราตอบว่า ฉันจัก
ถวายแด่พระศาสดาเอง ฉันจักนำเสามาให้ ท่านทั้ง
หลายไม่ต้องขวนขวายหา อุบาสกเหล่านั้น เลื่อมใสมี
ใจยินดี มอบเสาให้เรา แล้วกลับจากป่ามาสู่เรือนของ
ตน ๆ เมื่อคณะอุบาสกไปแล้วไม่นาน เราได้ถวายเสา
ในกาลนั้น เรายินดี มีจิตร่าเริง ยกเสาขึ้นก่อนเขา
ด้วยจิตอันเสื่อมใสนั้น เราได้เกิดในวิมาน ภพของ
เราตั้งอยู่โดดเดี่ยว ๗ ชั้น สูงตระหง่าน เมื่อกลอง
ดังกระหึ่มอยู่ เราบำเรออยู่ทุกเมื่อ ในกัปที่ ๕๕ เรา
ได้เป็นพระราชา พระนามว่า ยโสธร แม้ในกาล
นั้น ภพของเรา ก็สูงสุด ๗ ชั้น ประกอบด้วยเรือน
ยอดอันประเสริฐ มีเสาต้นหนึ่ง น่ารื่นรมย์ใจ ในกัป
ที่ ๒๑ เราเป็นกษัตริย์ พระนามว่า อุเทน แม้ใน
กาลนั้น ภพของเราก็มี ๗ ชั้น ประดับอย่างสวยงาม
เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือความเป็นเทวดา หรือความ
เป็นมนุษย์ เราย่อมเสวยผลนั้น ๆ ทั้งหมด นี้เป็นผล
แห่งการถวายเสาต้นเดียว. ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้
เราได้ถวายเสาใดในกาลนั้น ด้วยบุญกรรมนั้น เราไม่
รู้จักทุคติเสีย นี้เป็นผลแห่งการถวายเสาต้นเดียว. เรา
ตัดกิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า
เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.