พระปัจเจกะผู้สยัมภู ไม่พ่ายแพ้อะไร ๆ
อาพาธ อาศัยยอดเงื้อม อยู่ในระหว่างภูเขา ขณะนั้น
ได้มีเสียงบันลือลั่น โดยรอบอาศรมของเรา เมื่อพระ-
ปัจเจกะนิพพาน ได้มีแสงสว่างในขณะนั้น หมี หมาป่า
เสือดาว เนื้อร้ายและราชสีห์ มีอยู่ในไพรสณฑ์ประมาณ
เท่าใด สัตว์ทั้งหมดนั้นได้พากันส่งเสียงร้องขึ้น ใน
ขณะนั้น เราเห็นความอัศจรรย์นั้นแล้ว ได้ไปสู่เงื้อม
ณ ที่นั้นเราได้เห็นพระปัจเจกะ ผู้ไม่พ่ายแพ้อะไร ๆ
นิพพานแล้ว เหมือนพระยารัง มีดอกบานสะพรั่ง เช่น
พระอาทิตย์อุทัย ดังถ่านเพลิงปราศจากเปลวภัย ผู้ดับ
สนิทแล้ว ไม่แพ้อะไร ๆ เรานำเอาหญ้า และไม่มา
กองให็เต็มแล้ว ได้ทำเชิงตะกอนขึ้นบนนั้น ครั้นทำ
เชิงตะกอนดีแล้ว ได้ถวายเพลิงพระปัจเจกพุทธสรีระ
ครั้นถวายเพลิงพระสรีระแล้ว ได้นำเอาน้ำอบ
ประพรม ในขณะนั้น เทวดายืนอยู่ในอากาศได้
ระบุชื่อว่า ท่านเป็นมุนีในกาลใด ท่านมีนามว่า
ปุณณกะในกาลนั้น ท่านบำเพ็ญกิจนั้น แก่พระปัจเจกะ
ผู้สยัมภูแล้ว เราจุติจากกายนั้นแล้ว ได้ไปสู่เทวโลก
ในเทวโลกนั้น กลิ่นอันสำเร็จด้วยทิพย์ ย่อมตกลง
จากอากาศ แม้ในเทวโลกนั้น เราก็ชื่อว่า ปุณณกะ
ในกาลนั้น เราเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ย่อมยังความ