ของข้าพระองค์เถิด พระผู้มีพระภาคเจ้า สัพพัญญู
ผู้นำของโลก เป็นศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบ
ความดำริของเราแล้ว ทรงรับ ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัป
นี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เรา
ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวปายาส
ในกัปที่ ๔๑ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
จอมกษัตริย์ พระนามว่า พุทโธ สมบูรณ์ด้วย
แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว
ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว
ดังนี้.
ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะประกาศความที่พระ-
นิพพานอันตนบรรลุแล้วโดยง่ายดาย จึงได้กล่าวคาถานี้ว่า
พระโยคาวจรผู้มีปกติ เห็นเนื้อความอันสุขุม
และละเอียด ผู้มีปัญญาเฉียบแหลม ผู้ประพฤตินอบ-
น้อม ถ่อมตน ผู้ประพฤติศีลของพระพุทธเจ้า โดย
เอื้อเฟื้อ พึงบรรลุพระนิพพานได้โดยไม่ยาก ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินา ความว่า
พระโยคาวจรยกสังขารขึ้นสู่ไตรลักษณ์ มีความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้นแล้วเห็น
เนื้อความในธรรมมีอริยสัจและปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น ที่ชื่อว่า สุขุม เพราะ
อรรถว่า เห็นได้ยากอย่างยิ่ง ชื่อว่า ละเอียด เพราะอรรถว่า ละเอียดอ่อน.
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสี อันพระโยคาวจรผู้มีปกติ
เห็นเนื้อความอันสุขุมและละเอียดนั้น.