Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 417

เล่ม มมร. 50 หน้า 417 ข้อ 224
ควรศึกษาในลัทธินั้น ฟังความที่อุปติสสปริพาชก และโกลิตปริพาชก บวชแล้วในพระพุทธศาสนา คิดว่า ธรรมดาท่านทั้ง ๒ แม้นั้นเป็นผู้มีปัญญา มาก บวชแล้วในที่ใดก็ตาม ที่นั้นชะรอยจะประเสริฐเป็นแน่ ดังนี้แล้ว ไปสู่ สำนักของพระศาสดา ฟังธรรมแล้วได้มีศรัทธาจิต บวชแล้ว. พระศาสดา ตรัสบอกวิปัสสนาแก่ท่าน. ท่านปรารภวิปัสสนา แล้วได้กระทำให้แจ้งพระ อรหัตต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ ในอปทานว่า ชนทั้งหลาย รู้จักเราว่า เกสวะ โดยนามชื่อว่า นารทะ เราแสวงหากุศลและอกุศลอยู่ ได้ไปสู่สำนัก ของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นมหามุนี พระนามว่า อัตถทัสสี ทรงมีจิตเมตตา ประกอบด้วยพระกรุณา พระองค์ ผู้มีพระจักษุ เมื่อทรงปลอบสัตว์ทั้งหลายให้เบาใจ ทรงแสดงธรรมอยู่ เรายังจิตของตนให้เลื่อมใสประนม กรอัญชลี บนเศียรเกล้า ถวายบังคมพระศาสดา บ่าย หน้ากลับไปยังทิศปัจฉิม ในกัปที่ ๑,๗๐๐ แต่ภัทรกัป นี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พระนามว่า อมิตตตาปันนะ มีพลมาก. เราเผากิเลส ทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระ- ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้ ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อพยากรณ์พระอรหัตผล ได้ กล่าวคาถาว่า เราเห็นเบญจขันธ์ ตามเป็นจริงได้แล้ว ทำลาย ภพทั้งปวงได้แล้ว ชาติสงสารสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ ไม่มี ดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka