Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 430

เล่ม มมร. 50 หน้า 430 ข้อ 228
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในหมู่เทพทั้งหลาย กระทำบุญแล้ว ท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ อยู่แต่ในสุคติภพอย่างเดียว เกิดในตระกูลแห่งเจ้าศากยะ ในพระนครกบิลพัสดุ์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว ปรากฏนาม ว่า ปริปุณณกะ เพราะความเป็นผู้มีสมบัติบริบูรณ์. เขาบริโภคอาหาร ชื่อว่า สตรส ตลอดกาลทั้งปวง เพราะเป็นผู้ สมบูรณ์ด้วยสมบัติ สดับข่าวว่า พระบรมศาสดาทรงเสวยพระกระยาหารที่ ระคนกัน เกิดความสลดใจในสงสารว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้เป็นกษัตริย์ สุขุมาลชาติ ทรงเพ่งเล็งถึงความสุขในพระนิพพาน ทรงยังอัตภาพให้เป็นไป (ด้วยพระกระยาหาร) ตามมีตามได้ก่อน เพราะเหตุไร พวกเราจึงพากัน ละโมบในอาหาร จักต้องเป็นผู้มีอาหารที่บริสุทธิ์สะอาดด้วยเล่า สมควรที่พวก เราพึงแสวงหาความสุขคือนิพพานอย่างเดียว ดังนี้ ละฆรวาสวิสัย แล้วบวช ในสำนักของพระศาสดา อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแนะนำในกายคตาสติ กรรมฐาน ดำรงอยู่ในกายคตาสติกรรมฐานนั้น การทำฌานที่ได้แล้วให้เป็น บาท กระทำกรรมในวิปัสสนา แล้วเจริญวิปัสสนากรรมฐาน บรรลุพระอรหัต แล้ว. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เมื่อพระองค์ผู้เป็นนาถะของโลก ทรงพระนาม ว่า ธรรมทัสสี ผู้ประเสริฐกว่านระ ปรินิพพานแล้ว เราได้ยกเสาธงขึ้นไว้ ที่เจดีย์ของพระพุทธองค์ผู้ ประเสริฐที่สุด ได้ให้ช่างสร้างบันไดสำหรับประ- ชาชน จะได้ขึ้นสู่พระสถูปอันประเสริฐ แล้วถือเอา ดอกมะลิไปโปรยบูชาที่พระสถูป พระพุทธเจ้าน่า อัศจรรย์หนอ พระธรรมน่าอัศจรรย์หนอ ความถึง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka