พระดาบสเก็บดอกไม้มาโรยทาง ที่พระบรมศาสดาเสด็จผ่านไป แล้วยังจิตให้
เลื่อมใส ยืนประคองอัญชลีอยู่แล้ว.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ อยู่
แต่ในสุคติภพเท่านั้น เกิดในตระกูลพราหมณ์ แคว้นมคธ ในพุทธุปบาท
กาลนี้ ได้นามว่า ธรรมสวะ ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว อันเหตุสมบัติตักเตือนอยู่
เห็นโทษในการอยู่ครองเรือน และอานิสงส์ในบรรพชา เข้าไปเฝ้าพระผู้มี
พระภาคเจ้าผู้ประทับอยู่ในทักขิณาคิรีชนบท ฟังธรรมแล้วได้เป็นผู้มีจิตศรัทธา
บรรพชาแล้ว เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้วต่อกาลไม่นานนัก. สมดัง
คาถาพยากรณ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
เราเป็นพราหมณ์ นามว่า สุวัจฉะ เป็นผู้รู้เจน
จบมนต์ แวดล้อมด้วยศิษย์ของตน อยู่ ณ ระหว่างภูเขา
พระชินเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้สมควรรับ
เครื่องบูชา พระองค์ทรงประสงค์ จะรื้อถอน (ช่วย
เหลือ) เรา จึงเสด็จมายังสำนักเรา เสด็จจงกรมอยู่บน
เวหาส เหมือนประทีปอันโพลงฉะนั้น ทรงทราบว่า
เรายินดีแล้ว บ่ายพระพักตร์กลับไปทางทิศประจิม
ก็เราได้เห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยมี น่าขนพอง-
สยองเกล้านั้นแล้ว ได้เก็บเอาดอกสารภีไปโปรยลงที่
ทางเสด็จผ่าน ในกัปที่แสน แต่ภัทรกัปนี้ เราโปรย
ดอกไม้ใด ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราไม่เข้าถึงทุคติ
เลย ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิราช มีพระนามว่า "มหารถะ" สมบูรณ์