Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 490

เล่ม มมร. 50 หน้า 490 ข้อ 245
บวชเล่า ? ดังนี้แล้ว ไปสู่สำนักของพระศาสดา ฟังธรรมแล้ว บวช เริ่ม ตั้งวิปัสสนา ได้กระทำให้แจ้งพระอรหัตต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถา ประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า มีภูเขาชื่อว่า ภูตคณะ อยู่ในที่ไม่ไกล ภูเขา หิมวันต์ พระชินปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง สละโลกแล้ว มาอยู่ ณ ภูเขานั้น เราจึงเอาดอกมะลิซ้อนไปบูชา ท่าน ไม่ตกลงจตุราบาย ตลอดแสนกัปหย่อนหนึ่ง ในกัปที่ ๑๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ องค์หนึ่ง มีนามว่า ธรณีรุหะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธจ้าเรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็พระเถระครั้น บรรลุพระอรหัตแล้ว พิจารณาข้อปฏิบัติของตน บังเกิดความโสมนัส เมื่อจะเปล่งอุทาน ได้กล่าวคาถาว่า เรามีอายุ ๑๒๐ ปี จึงออกบวชเป็นบรรพชิต ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้วบำเพ็ญกิจในพระศาสนา เสร็จ แล้ว ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ส วีสวสฺสสติโก ความว่า เรามี อายุ ๑๒๐ ปี คือเรานั้นนับแต่เกิดมา มีอายุครบ ๑๒๐ ปี. บทว่า ปพฺพชึ ความว่า เข้าถึงบรรพชาเพศ. คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วทั้งนั้น. ก็คำเป็น คาถานี้แหละ ได้เป็นคำพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระนี้. จบอรรถกถาธัมมสวปิตุเถรคาถา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka