ของโลก เสด็จดำเนินไป เราปัดกวาดถนนนั้น ได้ยาก
ธงขึ้นที่ถนนนั้น ด้วยใจอันเสื่อมใส ในกัปที่ ๙๑ แต่
ภัทรกัปนี้ เราได้ยกธงใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายธง ในกัปที่ ๔ แต่
ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระราชา มีพลมาก สมบูรณ์
ด้วยอาการทั้งปวง ปรากฏนามว่า สุธชะ. เราเผากิเลส
ทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำ
สำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระเป็นผู้มีอภิญญา ๖ พิจารณาข้อปฏิบัติของตนแล้ว เกิดความ
โสมนัส ได้กล่าวคาถา ด้วยสามารถแห่งอุทานว่า
เราเป็นผู้ได้ไตรวิชชา มักเพ่งธรรมอันประณีต
ฉลาดในอบายสงบใจ ได้บรรลุประโยชน์ของตน
เสร็จกิจพระพุทธศาสนาแล้ว ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เตวิชฺโชหํ ความว่า แม้ถ้าคนทั้งหลาย
จะรู้จักเราว่า เป็นพราหมณ์ผู้มีวิชชา ๓ เพราะถึงฝั่งแห่งไตรเพทในครั้งก่อน
แต่วิชชาทั้ง ๓ นั้นเป็นเพียงชื่อ เพราะเป็นสภาพแห่งกิจของวิชชาในพระเวท
ทั้งหลาย.
แต่บัดนี้ เราชื่อว่าเป็นผู้มีวิชชา ๓ โดยปรมัตถ์ เพราะได้บรรลุวิชชา ๓
มีบุพเพนิวาสญาณเป็นต้น ชื่อว่าเป็นผู้มีปกติเพ่งธรรมอันประณีต เพราะเพ่ง
หมู่กิเลส อันเป็นไปในฝักฝ่ายแห่งสมุทัย เป็นจำนวนมาก คือไม่มีส่วนเหลือ
และเพราะเพ่งพระนิพพาน อันใหญ่หลวง คือ โอฬาร ได้แก่ ประณีต.