Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 517

เล่ม มมร. 50 หน้า 517 ข้อ 252
เสวยน้ำผึ้งนั้นแล้ว ทรงพยากรณ์อนาคตโดยนัยดังกล่าวไว้ในเรื่องของพระ- อธิมุตตเถระแล้ว. ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ อยู่แต่ ในสุคติภพเท่านั้น เกิดในตระกูลพราหมณ์ พระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาท- กาลนี้ ได้นามว่า มหานามะ ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้ว เข้าไปยังสำนักของ พระผู้มีพระภาคเจ้า ฟังธรรมแล้วได้มีจิตศรัทธา บวชแล้ว เรียนกรรมฐาน อยู่ที่ ภูเขาชื่อว่า เนสาทกะ ไม่สามารถจะข่มความกลุ้มรุมของกิเลสได้ คิดว่า ชีวิต ของเราผู้มีจิตอันเศร้าหมองแล้วนี้ จะมีประโยชน์อะไร แล้วเบื่อหน่ายอัตภาพ ปีนขึ้นสู่ยอดเขาสูง เมื่อจะแสดงตนให้เป็นเหมือนคนอื่นว่า เราจักให้เจ้าตกลง จากภูเขานี้ตาย ดังนี้ ได้กล่าวคาถาว่า ดูก่อนมหานาม ท่านนี้จักเสื่อมจากภูเขา ชื่อว่า เนสาทกะ ที่สะพรั่งไปด้วยต้นโมกมัน และไม้อ้อยช้าง เป็นภูเขาที่สมบูรณ์ด้วยร่มเงา และน้ำเป็นอันมาก ประดับด้วยต้นไม้ และเถาวัลย์โดยรอบ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอสาวหิยฺยเส ความว่า ดูก่อนมหานาม ท่านนั้น จะละ คือ จะเสื่อม. บทว่า ปพฺพเตน ความว่า จากภูเขานี้ อันเป็นที่อยู่อาศัย. บทว่า พหุกุฏชสลฺลริเกน ความว่า ประกอบด้วยไม้โมกมัน และ ไม้อ้อยช้าง หรือว่าด้วยไม้ช้างน้าว และไม้อ้อยช้างทั้งหลาย. บทว่า เนสาทเกน ได้แก่ ภูเขาที่มีชื่ออย่างนี้. บทว่า ครินา ได้แก่ ภูเขา. อธิบายว่า ภูเขาท่านเรียกว่า บรรพต เพราะตั้งอยู่ด้วยข้อ กล่าวคือที่ต่อ (ติดต่อกันเป็นชั้นเชิง) และเรียกว่า คิรี เพราะกลืนกินวัตถุทั้งหลายมียาเป็นต้นอันเป็นสาระ. แต่ในคาถานี้ ท่านเรียกว่า บรรพต และเรียกว่า คิรี เพราะมีความหมายทั้งสองอย่าง (รวมกัน).
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka