ดำรัสนั่นเอง ท่านพระยสะได้เป็นผู้มีผมและหนวด สักว่าเป็นองค์สองก็อันตร-
ธานไป ได้เป็นประดุจพระเถระผู้มีพรรษา ๖๐ ทรงไว้ซึ่งบริขาร ๘. พระเถระ
พิจารณาดูข้อปฏิบัติของตนแล้ว เมื่อจะเปล่งอุทาน ได้กล่าวคาถาด้วยสามารถ
แห่งเนื้อความอันมีมาก่อน แต่จะถึงความเป็น เอหิภิกขุว่า
เราเป็นผู้ลูบไล้ดีแล้ว มีเครื่องนุ่งห่มอันงดงาม
ประดับด้วยสรรพาภรณ์ ได้บรรลุวิชชา ๓ บำเพ็ญกิจ
พระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุวิลิตฺโต ความว่า มีร่างกายอัน
ลูบไล้แล้ว ด้วยหญ้าฝรั่น จันทน์แดง อันงดงาม.
บทว่า สุวสโน ความว่า นุ่งห่มด้วยผ้าของชาวกาสีอย่างดีมีราคาแพง.
บทว่า สพฺพาภรณภูสิโต โดยความว่า ประดับแล้วด้วยอาภรณ์ทั้งปวง
มีเครื่องประดับศีรษะเป็นต้น.
บทว่า อชฺฌคมึ แปลว่า ได้บรรลุแล้ว. คำที่เหลือมีนัยดังกล่าว
แล้วทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถายสเถรคาถา