ข้าพเจ้าผู้ชื่อว่า สุมนะ มีจิตเลื่อมใสแล้ว ขอ
วันทาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ทรงพระนามว่า
เวสสภู ผู้ประเสริฐ องอาจ กล้าหาญ ทรงมีชัยชนะ
ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ข้าพเจ้าได้ทำกรรมใดไว้
ในกาลครั้งนั้น เพราะกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้คือผลแห่งการวันทา ในกัปที่ ๒๔ ข้าพเจ้า
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ นามว่าวิกตานันทะ สมบูรณ์
ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลังมาก. กิเลสทั้งหลาย
ข้าพเจ้าได้เผาแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติแล้ว.
อนึ่ง ข้าพเจ้าได้เป็นพระขีณาสพผู้มีอภิญญา๖ พักผ่อนอยู่ด้วยวิมุตติ-
สุข เพื่ออนุเคราะห์ญาติทั้งหลาย จึงได้ไปยังชาติภูมิของตน ให้ญาติจำนวน
มากประดิษฐานอยู่ในสรณะ และศีลทั้งหลาย แล้วกลับจากชาติภูมินั้นมาอยู่
ในป่า ไม่ไกลจากนิคมชื่อว่า กุณฑิยะ ในแคว้นกุรุ ได้ไปยังอุคคาราม
ด้วยกรณียกิจบางอย่างเท่านั้น และได้พบพวกพราหมณ์ผู้เคยเห็นกันมาจาก
อุตตราปถนิคม ถูกพราหมณ์เหล่านั้น ถามว่า ท่านภารทวาชะผู้เจริญ
ท่านเห็นประโยชน์อะไร จึงได้ละทิ้งลัทธิพราหมณ์ไปถือลัทธินี้ ? เมื่อจะชี้แจง
แก่พราหมณ์เหล่านั้นว่า ไม่มีความบริสุทธิ์ภายนอกจากพุทธศาสนานี้ ดังนี้
จึงได้กล่าวคาถาแรกไว้ว่า
ข้าพเจ้าตามหาความบริสุทธิ์อยู่ โดยอุบายไม่
แยบคาย จึงได้บูชาไฟอยู่ในป่า เมื่อไม่รู้จักทางแห่ง
ความบริสุทธิ์ จึงได้บำเพ็ญอมรตบะ.