Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 274

เล่ม มมร. 51 หน้า 274 ข้อ 315
แล้วสลดใจ เหมือนม้าอาชาไนย ตัวดีถูกหวดด้วยแส้ จึงพักอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำ วัดคุมุทา พร้อมด้วยบริษัทบริวาร พยายามสืบต่อบำเพ็ญวิปัสสนา แล้วได้ เป็นพระอริยเจ้า ผู้มีอภิญญา ๖ ในภายในพรรษานั่นเอง. ด้วยเหตุนั้น ท่าน จึงได้กล่าวไว้ในอปทานว่า ในครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เป็นคนเฝ้าสวน ในนคร พันธุมดี ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ทรงปราศจากความ กำหนัด กำลังเสด็จดำเนินไป ข้าพเจ้าไม่ได้หลีกไป ได้เอาผลขนุนสำมะลอไปถวายพระพุทธเจ้า ผู้ประ- เสริฐที่สุด พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ มีพระทัยสงบ แล้ว ประทับบนอากาศนั่นเอง ทรงรับเอาผลไม้นั้น พระองค์ทรงยังความปลื้มใจให้เกิดแก่ข้าพเจ้า ทรง นำความสุขในปัจจุบันมาให้ข้าพเจ้า เพราะถวายผลไม้ แด่พระพุทธเจ้า ด้วยใจเลื่อมใส ในครั้งนั้น ข้าพเจ้า จึงประสบปีติที่ไพบูลย์ และความสุขอย่างสูงสุด รัตนะ เกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้าผู้เกิดในภพนั้น ๆทีเดียว ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติเลย เพราะเหตุที่ได้ ถวายผลไม้แก่พระพุทธเจ้า ในครั้งนั้น นี้คือผลแห่ง การให้ทานผลไม้. กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าได้เผาแล้ว ฯ ล ฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติแล้ว. ก็พระศาสดาได้ตรัสสั่งให้หาท่านยโสชะ พร้อมด้วยบริวารผู้มีอภิญญา ๖ แล้ว ได้ทรงทำการต้อนรับด้วยอาเนญชสมาบัติ (สมาบัติที่ไม่หวั่นไหว) ท่านสมาทานธุดงค์ธรรมแม้ทุกข้อแล้วประพฤติ. ด้วยเหตุนั้น ร่างกายของท่าน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka