แล้วสลดใจ เหมือนม้าอาชาไนย ตัวดีถูกหวดด้วยแส้ จึงพักอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำ
วัดคุมุทา พร้อมด้วยบริษัทบริวาร พยายามสืบต่อบำเพ็ญวิปัสสนา แล้วได้
เป็นพระอริยเจ้า ผู้มีอภิญญา ๖ ในภายในพรรษานั่นเอง. ด้วยเหตุนั้น ท่าน
จึงได้กล่าวไว้ในอปทานว่า
ในครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เป็นคนเฝ้าสวน ในนคร
พันธุมดี ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ทรงปราศจากความ
กำหนัด กำลังเสด็จดำเนินไป ข้าพเจ้าไม่ได้หลีกไป
ได้เอาผลขนุนสำมะลอไปถวายพระพุทธเจ้า ผู้ประ-
เสริฐที่สุด พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ มีพระทัยสงบ
แล้ว ประทับบนอากาศนั่นเอง ทรงรับเอาผลไม้นั้น
พระองค์ทรงยังความปลื้มใจให้เกิดแก่ข้าพเจ้า ทรง
นำความสุขในปัจจุบันมาให้ข้าพเจ้า เพราะถวายผลไม้
แด่พระพุทธเจ้า ด้วยใจเลื่อมใส ในครั้งนั้น ข้าพเจ้า
จึงประสบปีติที่ไพบูลย์ และความสุขอย่างสูงสุด รัตนะ
เกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้าผู้เกิดในภพนั้น ๆทีเดียว ในกัปที่ ๙๑
แต่ภัทรกัปนี้ ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติเลย เพราะเหตุที่ได้
ถวายผลไม้แก่พระพุทธเจ้า ในครั้งนั้น นี้คือผลแห่ง
การให้ทานผลไม้. กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าได้เผาแล้ว
ฯ ล ฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติแล้ว.
ก็พระศาสดาได้ตรัสสั่งให้หาท่านยโสชะ พร้อมด้วยบริวารผู้มีอภิญญา
๖ แล้ว ได้ทรงทำการต้อนรับด้วยอาเนญชสมาบัติ (สมาบัติที่ไม่หวั่นไหว)
ท่านสมาทานธุดงค์ธรรมแม้ทุกข้อแล้วประพฤติ. ด้วยเหตุนั้น ร่างกายของท่าน