Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 310

เล่ม มมร. 51 หน้า 310 ข้อ 319
เมื่อมหาชนถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ของ พระมหาฤาษีสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า เวสสภู ข้าพเจ้าได้ดับไฟเชิงตะกอน ในกัปที่ ๓๑ นับถอยหลัง แต่กัปนี้ไป เพราะเหตุที่ข้าพเจ้าได้ดับไฟเชิงตะกอน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลของน้ำหอมที่ข้าพเจ้า ได้ดับไฟเชิงตะกอน. กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าได้ เผาแล้ว ฯลฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้า ได้ปฏิบัติแล้ว. อนึ่ง เมื่อพระองค์ทรงบรรลุพระอรหัตผลแล้ว ประทับอยู่ด้วย วิมุตติสุข อาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ทั้งหมด คือ พระบรมวงศานุวงศ์ อำมาตย์ข้าราชบริพาร ชาวนครและชาวชนบท พากันนาชุมนุมกันโอดครวญ ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เหตุไฉน พระองค์จึงทรงผนวช ทรงทำให้พวกข้า พระองค์เป็นอนาถาไร้ที่พึ่งกัน พระเถระเจ้าเห็นคนเหล่านั้นมีพระญาติเป็น หัวหน้า พากันโอดครวญอยู่ เมื่อจะกล่าวธรรมกถา (ปลอบ) คนเหล่านั้น ด้วยการประกาศเหตุแห่งการบรรพชาของตน จึงได้ภาษิตคาถา ๓ คาถาไว้ว่า ข้าแต่พระญาติทั้งหลาย เท่าที่มาประชุมกัน ณ ที่นี้ทั้งหมด ขอจงทรงสดับ อาตมาภาพจักแสดง ธรรมแก่ท่านทั้งหลาย การกำจัดแล้วเกิดอีกเป็นทุกข์ ขอท่านทั้งหลายจงเริ่มลงมือ จงออกบวชประกอบ ความเพียร ในพระพุทธศาสนา จงกำจัดเสนาของ พญามัจจุราช เหมือนกุญชรทำลายเรือนไม้อ้อฉะนั้น. ผู้ใดจักเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ในพระธรรมวินัย (ศาสนา) นี้ ผู้นั้นจักละการเวียนเกิด ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka