Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 323

เล่ม มมร. 51 หน้า 323 ข้อ 322
นี้เป็นผลของการบูชาพระพุทธสรีระ. กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าเผาแล้ว ฯลฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าปฏิบัติแล้ว. อนึ่ง ท่านครั้นบรรลุพระอรหัตผลแล้ว เมื่อจะให้โอวาทแก่ภิกษุผู้ เป็นสหายของตน ได้ภาษิตคาถาไว้ ๓ คาถาว่า บุคคลปรารถนาความสุขอันถาวร ควรเว้นบาป มิตร คบหาแต่บุคคลผู้สูงสุด และควรตั้งอยู่ในโอวาท ของท่าน. คนเกาะไม้เล็ก ๆ ต้องจมลงในห้วง มหรรณพ ฉันใด คนแม้ดำรงชีพอย่างดี แต่อาศัย คนเกียจคร้าน ก็ต้องจมอยู่ (ในวัฏสงสาร) ฉันนั้น เพราะฉะนั้น จึงควรเว้นคนเกียจคร้าน มีความเพียร เลวทราม ควรอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลาย ผู้สงัดเป็น อริยะ มีใจเด็ดเดี่ยว เข้าฌานเป็นปกติ ปรารภความ เพียรเป็นนิจ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปาปมิตฺเต ได้แก่ ผู้ไม่เป็นกัลยาณมิตร คือ ผู้ไม่ใช่สัตบุรุษ มีความเพียรเสื่อมแล้ว. บทว่า วิวชฺเชตฺวา ความว่า เว้นบาปมิตรนั้นแต่ไกล โดยการ ไม่ คบหา. บทว่า ภเชยฺยุตฺตมปุคฺคลํ ความว่า ควรส้องเสพกัลยาณมิตร ที่เป็นสัตบุรุษเป็นบัณฑิต ด้วยการรับเอาโอวาทานุสาสนี. บทว่า โอวาเท จสฺส ติฏฺเยฺย ความว่า ควรตั้งอยู่ในโอวาท ของกัลยาณมิตรนั้น โดยการปฏิบัติ ตามที่สอน คือตามที่อนุศาสน์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka