Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 77

เล่ม มมร. 52 หน้า 77 ข้อ 336
บวช เราเจริญธรรม ๔ ประการคือ ศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุตติอันยอดเยี่ยม แล้วบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ ในคราวที่เราออกบวช ในคราวที่เราเป็นพระอรหันต์ และ ในคราวที่เราจักนิพพาน ได้มีฝนกลิ่นหอมตกลงมา ก็กลิ่น สรีระอันประเสริฐสุดของเราครอบงำจันทน์อันมีค่า ดอก จำปาและดอกอุบลเสีย และเราไปในที่ใด ก็ย่อมข่มขี่ กลิ่นเหล่านี้เสียโดยประการทั้งปวง ฟุ้งไปเช่นนั้นเหมือน กัน เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . ฯลฯ . . . พระพุทธ- ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ก็แลครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว คิดถึงทุกข์ คือ อัตตกิลม- ถานุโยค ที่คนบวชในพวกเดียรถีย์ได้รับมา และสุขอันเกิดแต่ฌานเป็นต้น ที่ตนบวชในพระศาสนาได้มา เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล โดยยกเอา การพิจารณาข้อปฏิบัติของตน จึงได้กล่าวคาถา ๕ คาถา๑เหล่านี้ว่า บุรุษผู้ประสงค์จะทำธุรกิจ เมื่อประกอบตนในกิจที่ ไม่ควรประกอบ ถ้าเมื่อขึ้นประพฤติอยู่อย่างนั้น ก็ไม่พึงได้ สำเร็จผล การประกอบในกิจที่ไม่ควรประกอบนั้น มิใช่ ลักษณะบุญ ถ้าบุคคลใด ไม่ถอนความเป็นอยู่อย่างลำบาก แล้วมาสละธรรมอันเอกเสีย บุคคลนั้นก็พึงเป็นดังคน กาลี ถ้าสละทิ้งคุณธรรมแม้ทั้งปวง ผู้นั้นก็พึงเป็นเหมือน คนตาบอด เพราะไม่เห็นธรรมที่สงบและเห็นธรรมไม่ ๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๓๖.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka