Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 79

เล่ม มมร. 52 หน้า 79 ข้อ 336
อฆา ความเป็นอยู่แห่งกิเลสที่ลำบาก คือความเป็นไปในสงสาร ความ เป็นอยู่แห่งกิเลสที่ลำบากเหล่านั้น ได้แก่ความครอบงำกุศลธรรม. ท่าน กล่าว อฆคตํ วิชิตํ เพราะไม่ลบนิคคหิต. อธิบายว่า ผู้ใดยังละความ เป็นอยู่อันลำบากไม่ได้ ผู้นั้นก็เป็นอยู่อย่างนั้น เพราะทำการเป็นอยู่ลำบาก ที่ยังถอนไม่ได้นั้นให้เป็นแว่นแคว้น คือยังถอนกิเลสขึ้นไม่ได้. บทว่า เอกญฺเจ โอสฺสเชยฺย ความว่า หากพึงละ คือพึงสละ ความไม่ประมาทอันหนึ่ง และความประกอบชอบ ด้วยเป็นผู้ไม่มีเพื่อน ๒ และด้วยความเป็นผู้มีความเพียร. บุคคลนั้นเหมือนกาลี คือพึ่งเป็นเหมือน คนกาลกิณี. บทว่า สพฺพานิปิ เจ โอสฺสเชยฺย ความว่า หากบุคคลนั้น พึง สละ. สัทธินทรีย์ วีริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ และปัญญินทรีย์ อันบ่มด้วยวิมุตติแม้ทั้งหมด, คือหากพึงทิ้งเสียด้วยการไม่อบรม, คนนั้น ก็พึงเป็นเหมือนคนบอด เพราะไม่เห็นธรรมที่สงบและธรรมที่ไม่สงบ. ศัพท์ว่า ยถา เป็นนิบาต ใช้ในอรรถเปรียบเทียบโดยอุปมา. บทว่า วณฺณวนฺตํ แปลว่า สมบูรณ์ด้วยสีและสัณฐาน. บทว่า อคนฺธกํ ได้แก่ เว้นจากกลิ่น อันต่างด้วยดอกทองกวาว ดอกอัญชันเขียว ดอกชัยพฤกษ์เป็นต้น. บทว่า เอวํ สุภาสิตา วาจา ความว่า พุทธพจน์คือปิฎก ๓ อัน เสมือนกับดอกไม้อันสมบูรณ์ด้วยสีและสัณฐาน ชื่อว่าวาจาสุภาษิต เหมือน อย่างว่า กลิ่นย่อมไม่แผ่ไปในสรีระของผู้ทัดทรงดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่น ฉันใด พระพุทธพจน์ก็ฉันนั้น ผู้ใดไม่ประพฤติให้สม่ำเสมอด้วยกิจ มีการฟังโดย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka