Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 158

เล่ม มมร. 52 หน้า 158 ข้อ 348
การนั่งเป็นวัตรอยู่ ไม่ย่นย่อต่อความหนาวและความร้อน กระทำแต่ สมณธรรมเท่านั้น โดยพิเศษ หมั่นประกอบพรหมวิหารภาวนา. มารผู้มีบาปเห็นดังนั้นจึงคิดว่า เราจักไม่ให้สมณะนี้ล่วงพ้นวิสัย ของเราไปได้ ประสงค์จะทำให้ฟุ้งซ่าน ในเวลาเสร็จ (การทำ) ข้าวกล้า จึงแปลงเพศเป็นคนเฝ้านา เข้าไปหาพระเถระ เพื่อจะเยาะเย้ยท่านจึง กล่าวว่า ข้าวเปลือกเขาเก็บเข้ายุ้งฉางเสียแล้ว ข้าวสาลีก็ยัง อยู่ในลาน เราไม่พึงได้แม้แต่ก้อนข้าว บัดนี้ จักทำ อย่างไร. พระเถระได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวว่า ท่านจงระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้มีพระคุณหาประมาณ มิได้ จักมีความเลื่อมใส เป็นผู้มีสรีระอันปีติถูกต้องแล้ว มีจิตเบิกบานแล้วเนือง ๆ ท่านจงระลึกถึงพระธรรมอันมี คุณหาประมาณมิได้...ฯลฯ... ท่านจงระลึกถึงพระสงฆ์ผู้ มีคุณอันหาประมาณมิได้ จักมีใจเลื่อมใส เป็นผู้มีสรีระ อันปีติถูกต้องแล้ว มีจิตเบิกบานแล้วเนือง ๆ. มารได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวว่า ท่านอยู่ในที่แจ้ง ฤดูนี้เป็นฤดูหนาว ท่านอย่าถูก ความหนาวครอบงำลำบากเลย นิมนต์ท่านเข้าไปยังที่อยู่ อันมีบานประตูและหน้าต่างมิดชิดเถิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka