ก็ในบทว่า อนุสฺสร นี้ พึงประกอบความว่า จงระลึกถึงพระ-
ธรรมโดยนัยมีอาทิว่า พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว และ
ระลึกถึงพระสงฆ์โดยนัยมีอาทิว่า พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ปฏิบัติดีแล้ว.
เมื่อพระเถระโอวาทตนด้วยการชักนำเข้าในการระลึกถึงคุณพระ-
รัตนตรัยอย่างนี้แล้ว มารประสงค์จะให้พระเถระนั้นสงัดโดยการอยู่สงัดอีก
เมื่อจะแสดงคนประหนึ่งว่านี้หวังดี จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า จงอยู่ในที่แจ้ง
ดังนี้.
คาถานั้นมีเนื้อความว่า ภิกษุ ท่านจงอยู่ คือสำเร็จอิริยาบถอยู่ที่
เนินกลางแจ้ง อันอะไร ๆ ไม่ปิดบัง.
ราตรีหนาวเย็นนี้ นับเนื่องในสมัยหิมะตก กำลังดำเนินไปอยู่ ชื่อว่า
ฤดูหนาว. เพราะฉะนั้น ท่านอย่าถูกความหนาวครอบงำลำบากเลย คือ
อย่าได้ความคับแค้น อย่าลำบาก. ท่านจงเข้าไปยังเสนาสนะอันมีบาน-
ประตูและบานหน้าต่างอันมิดชิด คือมีบานประตูหน้าต่างอันปิดแล้ว ท่าน
จักอยู่เป็นสุขด้วยประการอย่างนี้.
พระเถระได้ฟังดังนั้น เมื่อจะแสดงว่า เราไม่มีประโยชน์ในการ
แสวงหาเสนาสนหะ เฉพาะในที่นี้ เรากอยู่สบาย จึงกล่าวคาถาที่ ๖ โดย
นัยมีอาทิว่า เราจักเจริญ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ผุสิสฺสํ จตสฺโส อปฺปมญฺาโย
ความว่า เราจักเจริญ คือจักเข้าตามกาลอันควร ซึ่งพรหมวิหาร
ที่ได้ชื่อว่าอัปปมัญญา เพราะมีอารมณ์หาประมาณมิได้.