พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงตอบปัญหาของเขา จึงทรงแสดง
ธรรมว่า
ไม่ควรทำมานะในมารดา บิดา พี่ชาย และในอาจารย์
เป็นที่ ๔ พึงมีความเคารพในบุคคลเหล่านั้น พึงยำเกรง
บุคคลเหล่านั้น บูชาบุคคลเหล่านั้น ด้วยดีแล้วจึงเป็น
การดี บุคคลพึงทำลายมานะเสีย ไม่ควรมีความกระด้าง
ในพระอรหันต์ผู้เย็นสนิท ผู้ทำกิจเสร็จแล้ว หาอาสวะ
มิได้ พึงนอบน้อมท่านเหล่านั้นผู้ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า.
เขาได้เป็นพระโสดาบันด้วยเทศนานั้น บวชแล้วบำเพ็ญวิปัสสนา
จึงได้บรรลุพระอรหัต เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผลโดยมุ่งระบุข้อปฏิบัติ
ของตน จึงได้กล่าวคาถา๑เหล่านี้ ความว่า
เราเป็นผู้เมาด้วยความเมาเพราะชาติสกุล ด้วยโภคะ
และอิสริยยศ ด้วยทรวดทรง ผิวพรรณและรูปร่าง และ
เป็นผู้เมาด้วยความเมาอย่างอื่น เราจึงไม่สำคัญใคร ๆ
ว่าเสมอตนและยิ่งกว่าตน เราเป็นผู้มีกุศลอันอตินานะ
กำจัดแล้ว เป็นคนโง่เขลา มีใจกระด้าง ถือตัว มีมานะ
จัด ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่กราบไหว้ใคร แม้เป็นมารดาหรือ
บิดา แม้พี่ชายหรือพี่สาว และแม้สมณพราหมณ์เหล่าอื่น
ที่โลกสมมติว่าเป็นครูบาอาจารย์ เราเห็นพระพุทธเจ้าผู้
เป็นนายกของโลก ผู้เลิศประเสริฐสูงสุดกว่าสารถีทั้งหลาย
๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๓๕.