Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 283

เล่ม มมร. 52 หน้า 283 ข้อ 366
พรรษา ๖๐ พรรษา พระเถระทำประโยชน์ของตนให้สำเร็จด้วยประการ ฉะนี้แล้ว จึงกราบทูลแด่พระศาสดาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระเจ้า- จัณฑปัชโชตทรงปรารถนาเพื่อจะไหว้ที่พระบาท และเพื่อจะทรงสดับ ธรรมของพระองค์. พระศาสดาตรัสว่า ภิกษุ เธอนั่นแหละ จงไปในที่นั้น แม้เมื่อเธอไปแล้ว พระราชาก็จักเลื่อมใสเอง. พระเถระมีตนเป็นที่ ๘ ไปในที่นั้นตามพระดำรัสสั่งของพระศาสดา ทำให้พระราชาทรงเลื่อมใสแล้ว ให้ประดิษฐานพระศาสนาในแคว้น อวันตีชนบทแล้ว ไปเฝ้าพระศาสดาอีกครั้งหนึ่ง วันหนึ่ง ท่านเห็นภิกษุ เป็นอันมากละสมณธรรมมายินดีในการงาน ยินดีในการคลุกคลี พอใจ ในรสตัณหา และอยู่ด้วยความประมาท ด้วยการที่จะโอวาทภิกษุเหล่านั้น จึงกล่าวคาถา ๒ คาถา๑ว่า :- ภิกษุไม่ควรทำการงานให้มาก ควรหลีกเร้นหมู่ชน ไม่ควรขวนขวายเพื่อให้ปัจจัยเกิดขึ้น เพราะภิกษุใดเป็น ผู้ติดรสอาหาร ภิกษุนั้นชื่อว่าเป็นผู้ขวนขวาย เพื่อให้ ปัจจัยเกิดขึ้น และข้อว่าละทิ้งประโยชน์อันจะนำความสุข มาให้ พระอริยะทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น กล่าว การไหว้ การบูชาในสกุลทั้งหลายว่า เป็นเปือกตม เป็น ลูกศรอันละเอียด ถอนได้ยาก เพราะสักการะอันบุรุษชั่ว ละได้ยาก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กมฺมํ พหุกํ น การเย ความว่า ภิกษุ ๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๓๖.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka