Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 329

เล่ม มมร. 52 หน้า 329 ข้อ 370
ชื่อว่า ผเลสิโน เพราะอรรถว่า ย่อมต้องการเผล็ดผล. อธิบายว่า จริงอยู่ แม้เมื่อไม่มีเจตนา แต่กลับยกขึ้นสู่กิริยาที่มีเจตนาแล้ว กล่าว เหมือนปรารภที่จะเด็ดผล จนถึงเวลาที่เด็ดเอาผลอันเผล็ดแล้ว ย่อมมุ่งจะ ให้เหล่ากอสูญสิ้นไปฉะนั้น. บทว่า ฉทนํ วิปฺปหาย ได้แก่ สลัดใบไม้เก่า ๆ คือใบไม้เหลือง ทั่วไปทิ้งเสีย. บทว่า เต โยค ทุมา แปลว่า ต้นไม้เหล่านั้น. บทว่า อจฺจิมนฺโต ว ปภาสยนฺติ ความว่า ย่อมส่องสว่างทั่วทุกทิศ ดุจเปลวไฟ หรือดุจกองไฟที่ลุกโพลง. บทว่า สมโย ได้แก่กาล คือกาลพิเศษแห่งคำว่า เพื่ออนุเคราะห์. บทว่า มหาวีร ได้แก่ ข้าแต่พระองค์ผู้มีความกล้าหาญมาก. บทว่า ภาคี รสานํ ได้แก่ ผู้มีส่วนแห่งอรรถรส สมจริงดังคำที่ พระธรรมเสนาบดีกล่าวไว้ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระองค์เป็น ผู้มีส่วนแห่งอรรถรส และธรรมรส ดังนี้เป็นต้น . ก็คำว่า มหาวีร ภาคี แม้นี้ บัณฑิตพึงทราบทั้งสองคำว่า กล่าวมุ่งถึงการตรัสรู้. ก็พระราชา องค์ต้น ชื่อว่า ภคีรถ ในปาฐะว่า ภาคีรถานํ, อธิบายว่า พวกเจ้าศากยะ เป็นพระราชาก่อน เพราะตั้งวงศ์ก่อนกว่าเขา เพื่ออุปการะพระราชา เหล่านั้น. บทว่า ทุมานิ ท่านกล่าวไว้โดยความเป็นลิงควิปลาส, ได้แก่ ทุมา แปลว่า ต้นไม้ทั้งหลาย. บทว่า สมนฺตโต สพฺพทิสา ปวนฺติ ความว่า หมู่ไม้ทั้งหลาย มี ดอกบานแล้ว ในทิศทั้งปวง โดยรอบ คือโดยทุกพื้นที่ เพราะบานแล้ว อย่างนั้น จึงส่งกลิ่น คือปล่อยกลิ่นหอมฟุ้งไปทุกทิศ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka