Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 377

เล่ม มมร. 52 หน้า 377 ข้อ 373
ผูกพันสลับมีลายดุจตาข่าย อ่อนนุ่มเอิบอิ่ม และมีนิ้วมือแผ่ออกงดงาม เสมอกันเป็นอย่างดี มีพระสิริงดงามปานดอกปทุมที่แย้มบานแล้ว. บทว่า พาหาย มํ คเหตฺวาน ความว่า พระศาสดาตรัสถามเราว่า ทำไมเธอจึงมายืนในที่นี้เล่า ? ดังนี้แล้ว เอาพระหัตถ์ของพระองค์จับเรา ที่แขน นำเข้าไปยังภายในสังฆาราม อันมีกลิ่นหอมด้วยไม้จันทน์. บทว่า ปาทาสิ ปาทปุญฺฉนึ ความว่า พระองค์พระราชทานผ้าที่ ทำผ้าเช็ดเท้าให้ คือพระราชทานให้ด้วยตรัสสั่งว่า เธอจงทำไว้ในใจว่า รโชหรณํ ผ้าสำหรับเช็ดธุลี ดังนี้. บาลีว่า อทาสิ และ ปาทปุญฺฉนึ ดังนี้ก็มี. ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า ได้พระราชทานท่อนผ้าสำหรับ เช็ดเท้า ซึ่งเรียกกันว่า ปาทปุญฺฉนึ ดังนี้. คำนั้นไม่เหมาะ เพราะท่อน ผ้านั้น พระองค์ปรุงแต่งขึ้นด้วยฤทธิ์พระราชทานให้. บทว่า เอตํ สุทฺธํ อธิฏฺเหิ เอกมนฺตํ สฺวธิฏฺิตํ ความว่า เธอจง นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่งที่มุขคันธกุฎีอันสงัด จงอธิษฐานท่อนผ้าสะอาดผืนนี้ ทำให้มั่นด้วยมนสิการว่า รโชหรณํ รโชหรณํ คือทำจนให้จิตเป็นสมาธิ เป็นไป. บทว่า ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา ความว่า เราฟังพระดำรัสอันเป็น โอวาทของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแล้ว ยินดีในคำสั่งสอน คือใน โอวาทนั้นแล้ว เป็นผู้ยินดียิ่งอยู่ คือปฏิบัติตามคำสั่งสอน. ก็เมื่อจะปฏิบัติ ตาม ได้บำเพ็ญสมาธิให้เกิดขึ้นเพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด ความว่า ชื่อว่าประโยชน์อันสูงสุด ได้แก่พระอรหัต, เราทำรูปฌานให้เกิดขึ้นแล้ว ด้วยอำนาจการบริกรรมกสิณ เพื่อบรรลุพระอรหัตนั้นแล้ว เริ่มเจริญ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka