Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 384

เล่ม มมร. 52 หน้า 384 ข้อ 374
ร่างกายนี้ว่าเป็นของเรา ย่อมยังสงสารอันน่ากลัวให้ เจริญ ปุถุชนเหล่านั้นย่อมถือเอาภพใหม่อีก กุลบุตรผู้เป็น บัณฑิตเหล่าใด ละเว้นร่างกายนี้อันฉาบทาแล้วด้วยคูถ ดังบุรุษผู้ประสงค์ความสุข อยากมีชีวิตอยู่ เห็นอสรพิษ แล้วหลีกหนีไปฉะนั้น กุลบุตรเหล่านั้นละอวิชชาอันเป็น รากเง่าแห่งภพแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสนะจักปรินิพพาน. จบกัปปเถรคาถา อรรถกถากัปปเถรคาถาที่ ๕ คาถาของท่านพระกัปปเถระมีว่า นานากุลมลสมฺปุณฺโณ ดังนี้ เป็นต้น. เรื่องนั้นนี้เหตุเกิดขึ้นอย่างไร ? ท่านพระกัปปะแม้นี้ ได้บำเพ็ญบุญญาธิการมาในพระพุทธเจ้า พระองค์ก่อน ๆ สั่งสมบุญเป็นอันมากไว้ในภพนั้น ๆ ในกาลแห่งพระ- ผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า สิตธัตถะ ได้บังเกิดในตระกูลที่สมบูรณ์ ด้วยสมบัติเป็นอันมาก พอบิดาล่วงไป รู้เดียงสาแล้ว ประดับประดา ต้นกัลปพฤกษ์ ด้วยผ้าอันวิจิตรด้วยสีที่ไม่สดนานาชนิด, ด้วยอาภรณ์ หลากชนิด, ด้วยแก้วมณีต่างชนิด, และด้วยมาลาพวงดอกไม้เป็นต้น มากมายหลายชนิดแล้ว บูชาสถูปของพระศาสดา ด้วยสิ่งของนั้น. ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจึงท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในราชสกุลที่พรั่งพร้อมด้วยเครื่องประดับ ในมคธรัฐ พอพระราชบิดาสวรรคตแล้ว ทรงดำรงอยู่ในพระราชสมบัติ แล้ว ทรงเป็นผู้ยินดีมักมากในกามทั้งหลายอย่างเหลือประมาณอยู่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka