ร่างกายนี้ว่าเป็นของเรา ย่อมยังสงสารอันน่ากลัวให้
เจริญ ปุถุชนเหล่านั้นย่อมถือเอาภพใหม่อีก กุลบุตรผู้เป็น
บัณฑิตเหล่าใด ละเว้นร่างกายนี้อันฉาบทาแล้วด้วยคูถ
ดังบุรุษผู้ประสงค์ความสุข อยากมีชีวิตอยู่ เห็นอสรพิษ
แล้วหลีกหนีไปฉะนั้น กุลบุตรเหล่านั้นละอวิชชาอันเป็น
รากเง่าแห่งภพแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสนะจักปรินิพพาน.
จบกัปปเถรคาถา
อรรถกถากัปปเถรคาถาที่ ๕
คาถาของท่านพระกัปปเถระมีว่า นานากุลมลสมฺปุณฺโณ ดังนี้
เป็นต้น. เรื่องนั้นนี้เหตุเกิดขึ้นอย่างไร ?
ท่านพระกัปปะแม้นี้ ได้บำเพ็ญบุญญาธิการมาในพระพุทธเจ้า
พระองค์ก่อน ๆ สั่งสมบุญเป็นอันมากไว้ในภพนั้น ๆ ในกาลแห่งพระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า สิตธัตถะ ได้บังเกิดในตระกูลที่สมบูรณ์
ด้วยสมบัติเป็นอันมาก พอบิดาล่วงไป รู้เดียงสาแล้ว ประดับประดา
ต้นกัลปพฤกษ์ ด้วยผ้าอันวิจิตรด้วยสีที่ไม่สดนานาชนิด, ด้วยอาภรณ์
หลากชนิด, ด้วยแก้วมณีต่างชนิด, และด้วยมาลาพวงดอกไม้เป็นต้น
มากมายหลายชนิดแล้ว บูชาสถูปของพระศาสดา ด้วยสิ่งของนั้น.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจึงท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในราชสกุลที่พรั่งพร้อมด้วยเครื่องประดับ
ในมคธรัฐ พอพระราชบิดาสวรรคตแล้ว ทรงดำรงอยู่ในพระราชสมบัติ
แล้ว ทรงเป็นผู้ยินดีมักมากในกามทั้งหลายอย่างเหลือประมาณอยู่.