Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 391

เล่ม มมร. 52 หน้า 391 ข้อ 374
บทว่า จตุคนฺเถน ได้แก่ ผูกรัดด้วยคันถะเครื่องผูก ๔ อย่าง มีเครื่อง ผูกคืออภิชฌากายคันถะเป็นต้น. คือร้อยรัด โดยความเป็นเครื่องผูก. บทว่า โอฆสํสีทโน ได้แก่ เป็นผู้จมลงในโอฆะ ๔ มีกาโมฆะ เป็นต้น โดยความเป็นที่ควรรวมลง, อธิบายว่า ชื่อว่า อนุสัย เพราะ อรรถว่า นอนเนื่องในสันดาน โดยความที่ยังละไม่ได้, ได้แก่ กิเลส อันนอนเนื่องอยู่ในสันดาน มีกามราคะเป็นต้น. ชื่อว่า อนุสยาชาลโมตฺถโต เพราะปกคลุมคือครอบงำสัตว์เหล่านั้น ไว้ด้วยตาข่าย. ม อักษรทำการต่อบท, ท่านทำทีฆะ กล่าวไว้ก็เพื่อ สะดวกแก่รูปคาถา. ชื่อว่า ประกอบแล้วด้วยนิวรณ์ ๕ เพราะประกอบ แล้ว คือน้อมใจไปแล้ว ด้วยนิวรณธรรม ๕ อย่าง มีกามฉันทะเป็นต้น, ก็คำว่า ปญฺจนีวรเณ นี้ เป็นสัตตมีวิภัตติ ลงในอรรถแห่งตติยาวิภัตติ. เพียบพร้อมแล้ว คือสมบูรณ์แล้ว ด้วยมิจฉาวิตก มีกามวิตกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า เพียบพร้อมด้วยวิตก ประกอบด้วยมูลราก แห่งภพคือตัณหา คือถูกมูลรากแห่งภพคือตัณหาผูกพันไว้. บทว่า โมหจฺฉาทนฉาทิโต ได้แก่ ปกคลุม ด้วยเครื่องปกปิด คือสัมโมหะ. สวิญญาณกะนั้นทั้งหมด ท่านกล่าวหมายถึงกรัชกาย. จริงอยู่ อัตภาพที่มีวิญญาณครอง ท่านเรียกว่า กาย เช่นประโยคว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคตมีตัณหาในภพขาดสิ้นแล้ว ย่อมตั้งอยู่, กายนี้เท่านั้นเป็นภายนอก มีนามรูป ดังนี้เป็นต้น. บทว่า เอวายํ วตฺตเต กาโย ความว่า กายนี้ ย่อมหมุนไป โดย ประการที่กล่าวแล้วเป็นต้นว่า กายนี้เต็มไปด้วยมลทินอันอากูลต่าง ๆ และ เป็นต้นว่า กายนี้ ถูกอวิชชาหุ้มห่อแล้ว ดังนี้ ก็แล เมื่อหมุนไป ก็หมุน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka