Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 438

เล่ม มมร. 52 หน้า 438 ข้อ 379
ประนมอัญชลีนมัสการเรา พร้อมกับกล่าวว่า ข้าแต่ท่าน ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมต่อท่าน ข้าแต่ท่านผู้ เป็นอุดมบุรุษ ขอนอบน้อมต่อท่าน ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเป็นผู้สิ้นอาสวะ เป็นทักขิไณยบุคคล ลำดับนั้น พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นเราห้อมล้อมด้วยหมู่เทพเจ้า จึงทรงยิ้มแย้ม แล้วตรัสเนื้อความนี้ว่า บุคคลชื่อว่าเป็น พราหมณ์เพราะคุณธรรม ๔ ประการ คือ ตบะ ๑ พรหม- จรรย์ ๑ สัญญมะ ๑ ทมะ ๑ ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวบุคคล ผู้ประกอบด้วยคุณธรรม ๔ ประการ มีตบะเป็นต้นนั้นว่า เป็นพราหมณ์ผู้อุดม. จบสุนีตเถรคาถา ในทวาทสกนิบาตนี้ พระเถระ ๒ รูป คือ พระสีลวเถระ ๑ พระสุนีตเถระ ๑ ล้วนแต่มีมหิทธิฤทธิ์ ได้ภาษิตคาถารูปละ ๑๒ คาถา รวมเป็น ๒๔ คาถา ฉะนี้. จบทวาทสกนิบาต อรรถกถาสุนีตเถรคาถาที่ ๒ คาถาของท่านพระสุนีตเถระ มีคำเริ่มต้นว่า นีเจ กุลมฺหิ ดังนี้ เรื่องนี้มีเหตุเกิดขึ้นอย่างไร ?
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka