ประนมอัญชลีนมัสการเรา พร้อมกับกล่าวว่า ข้าแต่ท่าน
ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมต่อท่าน ข้าแต่ท่านผู้
เป็นอุดมบุรุษ ขอนอบน้อมต่อท่าน ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์
ท่านเป็นผู้สิ้นอาสวะ เป็นทักขิไณยบุคคล ลำดับนั้น
พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นเราห้อมล้อมด้วยหมู่เทพเจ้า
จึงทรงยิ้มแย้ม แล้วตรัสเนื้อความนี้ว่า บุคคลชื่อว่าเป็น
พราหมณ์เพราะคุณธรรม ๔ ประการ คือ ตบะ ๑ พรหม-
จรรย์ ๑ สัญญมะ ๑ ทมะ ๑ ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวบุคคล
ผู้ประกอบด้วยคุณธรรม ๔ ประการ มีตบะเป็นต้นนั้นว่า
เป็นพราหมณ์ผู้อุดม.
จบสุนีตเถรคาถา
ในทวาทสกนิบาตนี้ พระเถระ ๒ รูป คือ พระสีลวเถระ ๑
พระสุนีตเถระ ๑ ล้วนแต่มีมหิทธิฤทธิ์ ได้ภาษิตคาถารูปละ ๑๒ คาถา
รวมเป็น ๒๔ คาถา ฉะนี้.
จบทวาทสกนิบาต
อรรถกถาสุนีตเถรคาถาที่ ๒
คาถาของท่านพระสุนีตเถระ มีคำเริ่มต้นว่า นีเจ กุลมฺหิ ดังนี้
เรื่องนี้มีเหตุเกิดขึ้นอย่างไร ?