Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 490

เล่ม มมร. 52 หน้า 490 ข้อ 383
และการอยู่สงัด ด้วยถ้อยคำอันเป็นบุคลาธิษฐาน จึงได้ภาษิตคาถานี้ ใจความว่า ภิกษุมีใจฟุ้งซ่าน กลับกลอก คบแต่มิตรที่เลวทราม ถูกคลื่นซัดให้จมอยู่ในห้วงน้ำ คือสงสาร ส่วนภิกษุมีใจ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กลับกลอก มีปัญญารักษาตัวรอด สำรวม อินทรีย์ คบหากัลยาณมิตร เป็นนักปราชญ์ พึงทำที่สุด แห่งทุกข์ได้ นรชนผู้ซูบผอม มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น ดังเถาหญ้านาง เป็นผู้รู้จักประมาณในข้าวและน้ำ มีใจ ไม่ย่อท้อ ถูกเหลือบยุงทั้งหลายกัดอยู่ในป่าใหญ่ ย่อม เป็นผู้มีสติอดกลั้นได้อยู่ในป่านั้น เหมือนช้างที่อดทน ต่อศาสตราวุธในยุทธสงครามฉะนั้น เราไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ เรารอเวลาตาย เหมือน ลูกจ้างรอให้หมดเวลาทำงานฉะนั้น เราไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ แต่เรามีสติสัมปชัญญะรอ เวลาตาย พระศาสดาเราได้คุ้นเคยแล้ว เราทำคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพขึ้นแล้ว ได้บรรลุถึงประโยชน์ ที่กุลบุตรทั้งหลาย ผู้ออกบวชเป็นบรรพชิตต้องการแล้ว เพราะฉะนั้น จะมีประโยชน์อะไรด้วยสัทธิวิหาริกผู้ว่ายาก แก่เรา. จบอัญญาโกณฑัญญเถรคาถา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka