Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 507

เล่ม มมร. 52 หน้า 507 ข้อ 384
ในโสฬสกนิบาตนี้ พระเถระผู้มีมหิทธิฤทธิ์ ๒ รูป คือ พระโกณฑัญญเถระ กับ พระอุทายีเถระ ได้ภาษิต คาถาไว้องค์ละ ๑๖ คาถา รวมเป็น ๓๒ คาถา ฉะนี้แล. จบโสฬสกนิบาต อรรถกถาอุทายีเถรคาถาที่ ๒ คาถาของ ท่านพระอุทายีเถระ มีคำเริ่มต้นว่า มนุสฺสภูตํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้. เรื่องนั้นมีเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร ? พระเถระแม้นี้ ได้ทำบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าในปางก่อน สั่ง สมบุญกุศลอันเป็นอุปนิสัยในภพนั้นๆ ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษย- โลก ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ในกรุงกบิลพัสดุ์ ได้นามว่า อุทายี เจริญวัยแล้ว เห็นพระพุทธานุภาพในสมาคมพระญาติของ พระศาสดา ได้ศรัทธาบวชแล้วบำเพ็ญวิปัสสนากรรม ไม่นานนักก็บรรลุ พระอรหัต, ก็พระอุทายีเถระทั้ง ๓ เหล่านี้ คือ กาฬุทายี มาในก่อนเป็นบุตร ของอำมาตย์, ลาลุทายีบุตรของโกวริยพราหมณ์, พระเถระนี้เป็นบุตรของ พราหมณ์ ชื่อว่า มหาอุทายี, วันหนึ่ง ท่านอุทายีนี้นั่น เมื่อพระศาสดาทรง แสดงนาโคปมสูตร กระทำช้างเผือก ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง อันมหาชนพากันสรรเสริญ ให้เป็นอัตถุปบัติเหตุ ในเวลาจบเทศนานึก ถึงคุณของพระศาสดา อันสมควรแก่กำลังญาณของตน ผู้มีใจอันปีติ ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์กระตุ้นเตือน จึงคิดว่า มหาชนนี้สรรเสริญ นาค ซึ่งเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ไม่ใช่สรรเสริญมหานาคคือพระพุทธเจ้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka